เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่หอประชุมแห่งชาติเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เนื่องในโอกาสเยือนสปป.ลาว อย่างเป็นทางการ โดยทั้ง 2 ฝ่ายยินดีกับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แน่นแฟ้น การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง และการส่งเสริมความมั่นคงและการพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะเพิ่มความร่วมมือเพื่อปราบปรามยาเสพติดและขบวนการหลอกลวงออนไลน์ แก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน ผลักดันเป้าหมายการค้า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 370,325 ล้านบาท) ภายในปี 2570 การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน ความมั่นคงทางพลังงาน และการเชื่อมโยงคมนาคมขนส่งทางรถ รถไฟ และกฎระเบียบ รวมถึงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและการท่องเที่ยว

จากนั้น นายสีหศักดิ์ และคณะ ไปเยี่ยมชมจุดเชื่อมโยงทางด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่าง ไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งจุดนี้ถือเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์แบบไร้รอยต่อขนาดใหญ่แห่งแรกใน สปป.ลาว ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เชื่อมต่อการขนส่งทั้งทางถนน และทางรถไฟ เข้ากับรถไฟ ลาว-จีน และ ระบบราง ไทย-ลาว เพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่าย รวมถึงกระจายสินค้าในภูมิภาค โดยจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซนหลัก คือ 1.จุดท่าบก ท่านาแล้ง ที่เป็นจุดหลักในการกระจายสินค้า และพิธีการศุลกากร 2.เขตคลังน้ำมันที่เป็นการนำเข้า จัดเก็บ และกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงจากประเทศไทย 3.เขตโลจิสติกส์ที่ทำหน้าที่ให้บริการสินค้า การจัดเก็บ รวบรวม และกระจายสินค้า 4.เขตการค้าเสรีที่รองรับกิจกรรมทางธุรกิจและอุตสาหกรรม อาทิ ธุรกิจฮาลาล, เทคโนโลยี เอสเอ็มอี และสำนักงานใหญ่ของบริษัท 5.เขตผลิตและแปรรูปสินค้าเพื่อการส่งออก ซึ่งมุ่งรองรับการผลิตและแปรรูปสินค้าเพื่อส่งออกไปยังตลาดอาเซียนและตลาดโลก

ทั้งนี้ นายสีกศักดิ์ กล่าวระหว่างการเยี่ยมชม ว่า รู้สึกประทับใจในแนวทางที่มีการพัฒนาร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งความประสงค์ของไทยและลาว ไม่ได้อยากได้เป็นเพียงจุดขนถ่ายสินค้า แต่ยังเห็นพ้องที่จะพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าการขนส่ง เพราะการกระจายสินค้านั้นมีการส่งออกต่อไปยังอีกหลายประเทศ ทั้งเวียดนาม และจีน เรียกได้ว่าจุดเชื่อมต่อโลจิสติกส์นี้ เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งไทยและลาว ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่เคยไปเยือนประเทศมาเลเซีย ซึ่งมาเลเซียมีความต้องการที่จะกระจายสินค้าผ่านไปทางลาวแล้วต่อไปยังจีนเช่นกัน ซึ่งประเทศไทยพร้อมสนับสนุนการพัฒนาร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและการขนส่ง จึงชื่อว่าการพัฒนาตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล

จากนั้น นายสีหศักดิ์ ได้เยี่ยมชมเพิ่มเติมในจุดขนถ่ายสินค้าหลักที่มาจากไทยก่อนส่งต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งจุดดังกล่าวนี้ จะมีการขยายโครงการเพิ่มเติมเพื่อเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ การคนไทยสินค้าหลักและเพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของไทยและลาวด้วย

ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ กล่าวหลังการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีสปป.ลาว ว่า การพูดคุยของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นสิ่งที่น่าพอใจอย่างมากต่อสถานะความสัมพันธ์ของไทยกับสปป.ลาว ที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศมีความร่วมมือกันในทุกด้าน ทั้งนี้ประเทศไทยได้พยายามตอบรับต่อสิ่งที่สปป.ลาวอยากดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโลจีสติกส์ ซึ่งสปป.ลาวไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่มีการเชื่อมโยงทางถนนและทางรถไฟ ซึ่ง สปป.ลาวกำลังปรับเปลี่ยนระบบราง เพื่อให้เชื่อมโยงกันระหว่างไทย ลาว จีน และเวียดนาม ขณะที่ไทยสนับสนุนด้านยุทธศาสตร์ของสปป.ลาวด้วย  ปีนี้เศรษฐกิจของสปป.ลาวถือว่าดีเป็นพิเศษ เพราะโตถึง 4 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่สปป.ลาวเปลี่ยนจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ไปเป็นประเทศที่มีเส้นทางกระจายสินค้าทางบกและทางราง จึงทำให้ลาวได้รับผลประโยชน์ในเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ไทยและลาวมีความเชื่อมโยงทางกายภาพ แต่การใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงนี้ต้องมีกติกาหรือมีระเบียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องศุลกากรหรือตรวจคนเข้าเมืองที่ตอนนี้หลายแห่ง เริ่มปรับเปลี่ยนเป็นด่านจุดเดียว ตรวจครั้งเดียว ไม่ต้องยุ่งยาก จึงทำให้การขนส่งสินค้ามีความคล่องตัว ลาวให้ความสำคัญมากกับเรื่องนี้ และไทยให้การสนับสนุน นอกจากนี้ ในเรื่องบริเวณชายแดน ทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องในแนวทางที่จะทำให้ชายแดนมีความมั่นคง แต่ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ชายแดนยังมีเรื่องยาเสพติด ซึ่งอาจไม่ได้มาจากลาว แต่อาจมาจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆด้วย ไทยและลาวจึงจำเป็นต้องให้ความร่วมมือในการปราบปราม ส่วนการปราบปรามสแกมเมอร์ ไทยและลาวจะมีความร่วมมือกันมากขึ้น เพราะสแกมเมอร์ใช้ความรวดเร็วในการย้ายจุดไปที่ต่างๆ โดยอาศัยเทคโนโลยี

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้หารือถึงปัญหามลภาวะ ซึ่งนอกเหนือจากไทยและลาวแล้ว ก็ยังเกี่ยวข้องกับเมียนมาด้วยที่จะมีการหารือเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่กระชับมากขึ้น โดยลาวเห็นความสำคัญกับแนวทางนี้ ขณะที่ไทยพร้อมสนับสนุนลาวในเรื่องการฝึกบุคลากร การทำฝนหลวง และการจัดการไฟป่า อีกทั้งสนับสนุนการสร้างสะพานที่หลวงพระบาง เชื่อมกับ จ.น่าน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว