เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่วัดไชยวัฒนาราม ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับโบราณสถานสำคัญ พร้อมรับฟังรายงานสรุปภาพรวมการป้องกันความเสียหายจากเหตุอุทกภัย โดยมีนางพุทธิพร พลอยผักแว่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายทรงพล สุขสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่3 พระนครศรีอยุธยา นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำที่ 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันกรมศิลปากร ยกบังเกอร์ป้องกันน้ำขนาดความสูง 180 เซนติเมตร กว้าง 1.20 เมตร รวม 138 แผ่น ตลอดแนวลำน้ำเจ้าพระยา ความยาว 165 เมตร หน้าวัดไชยวัฒนารามขึ้นแล้วและเพื่อเตรียมความรับมือกับมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นทางกรมศิลปากรจึงเพิ่มแผ่นป้องกันน้ำสูง 60 เซนติเมตร ตลอดความยาวของแนวป้องกันน้ำ
จากนั้น เดินทางไปยังโบราณสถานป้อมเพชร โดยมีน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่โบราณสถานป้อมเพชร บริเวณจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก หน้าสามแยกวังน้ำวน ใกล้วัดพนัญเชิงวรวิหาร ส่งผลให้โบราณสถานป้อมเพชรฝั่งทิศตะวันตกถูกน้ำท่วมทั้งหมด ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตรบริเวณดังกล่าว กรมศิลปากรไม่ได้ดำเนินการป้องกันน้ำท่วมเป็นการเฉพาะ เนื่องจากแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งของโบราณสถานป้อมเพชรสร้างในลักษณะเสาระเบียงและใช้แผ่นคอนกรีตสำหรับป้องกันการกัดเซาะของตลิ่ง จึงไม่สามารถป้องกันมวลน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ด้านในได้ ที่ผ่านมา กรมศิลปากรเคยพยายามวางแนวกระสอบทรายเพื่อสกัดน้ำบริเวณดังกล่าว แต่ไม่สามารถป้องกันมวลน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมวลน้ำเพิ่มสูงขึ้นจึงไหลเข้าท่วมพื้นที่โบราณสถานดังกล่าวจุดนี้ถือเป็นบริเวณสำคัญที่มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลมาบรรจบกับแม่น้ำป่าสัก ซึ่งรับน้ำมาจากพื้นที่ตอนบน รวมถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทำให้กระแสน้ำจากแม่น้ำทั้งสองสายไหลมาปะทะกันจนเกิดเป็นวังน้ำวนที่มีกระแสน้ำรุนแรง

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบ จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยได้รับรายงานจากกรมศิลปากรว่า ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ต้องระดมการป้องกันไม่ให้โบราณสถานริมแม่น้ำสำคัญได้รับความเสียหาย จึงได้กำชับให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการป้องกันโบราณสถาน ซึ่งในพื้นที่มีโบราณสถานอยู่ รวม 394 แห่ง แบ่งเป็น ในเกาะเมือง 189 แห่ง และ นอกเกาะเมือง 205 แห่ง
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะลงพื้นที่สถานีรถไฟอยุธยา ติดตามโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยา เพื่อรับทราบแนวทางการสร้างสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงสถานีอยุธยา




