สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่า ตำรวจปราบจลาจลปะทะกับนักเรียนมัธยมศึกษาในหลายเมืองทั่วฝรั่งเศส ท่ามกลางการประท้วงเรื่องสภาพห้องเรียนและงบประมาณการศึกษา ซึ่งทวีความรุนแรงในสัปดาห์นี้ จนมีการปิดโรงเรียนราว 400 แห่งทั่วประเทศ เมื่อวันศุกร์


เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นทั้งในเมืองสตราสบูร์ก มาร์แซย์ และแรนส์ โดยมีการใช้แก๊สน้ำตา จุดไฟเผาถังขยะ และขว้างดอกไม้ไฟใส่แนวตำรวจ ขณะที่บริเวณชานกรุงปารีส ผู้ประท้วงบางส่วนจุดไฟเผาสิ่งของและขว้างประทัดใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนแยกย้ายหลบหนี


ด้านกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศสระบุว่า บุคลากรทางการศึกษาได้รับบาดเจ็บแล้ว 65 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน 40 คน ขณะที่สหภาพแรงงานประกาศเตรียมนัดหยุดงานประท้วงของครูทั่วประเทศ ในวันอังคารที่ 6 ต.ค. นี้


สำหรับการประท้วงครั้งนี้เริ่มต้นจากเขตกรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนขยายวงไปทั่วประเทศ โดยนักเรียนเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาห้องเรียนแออัด การขาดแคลนครู และอาคารเรียนที่ทรุดโทรม ซึ่งผู้ประท้วงมองว่า เป็นเพราะการลงทุนด้านการศึกษาไม่เพียงพออย่างต่อเนื่องมานานหลายปี


แม้รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมเพิ่มงบประมาณการศึกษาในปี 2570 อีก 1.7% เป็น 65,530 ล้านยูโร (ราว 2.46 ล้านล้านบาท) แต่เป็นการเพิ่มขึ้นต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายชำระหนี้ของรัฐบาลคาดว่าจะสูงถึง 74,500 ล้านยูโร (ราว 2.8 ล้านล้านบาท) และแซงหน้างบการศึกษาเป็นครั้งแรก


นอกจากนี้ ตำรวจจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบแล้วราว 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ขณะที่นายเฌราร์ ดาร์มาแนง รมว.ยุติธรรมฝรั่งเศส เสนอให้ผู้ปกครองรับผิดชอบชดใช้ความเสียหาย หากบุตรหลานทำลายทรัพย์สิน


อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวหาตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุกับผู้ประท้วงที่เป็นเยาวชน รวมถึงกระบอง แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง ทำให้ทางการฝรั่งเศสเปิดการสอบสวนหลายกรณีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS