สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่า ตำรวจปราบจลาจลปะทะกับนักเรียนมัธยมศึกษาในหลายเมืองทั่วฝรั่งเศส ท่ามกลางการประท้วงเรื่องสภาพห้องเรียนและงบประมาณการศึกษา ซึ่งทวีความรุนแรงในสัปดาห์นี้ จนมีการปิดโรงเรียนราว 400 แห่งทั่วประเทศ เมื่อวันศุกร์
Protesting French students hurled fire crackers at riot police in Pantin, near Paris, as nationwide demonstrations over teacher shortages and overcrowded classrooms turn violent, with about 400 schools closed https://t.co/zTOjioxiqm pic.twitter.com/n7Y5Mk3yIf
— Reuters (@Reuters) October 2, 2026
เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นทั้งในเมืองสตราสบูร์ก มาร์แซย์ และแรนส์ โดยมีการใช้แก๊สน้ำตา จุดไฟเผาถังขยะ และขว้างดอกไม้ไฟใส่แนวตำรวจ ขณะที่บริเวณชานกรุงปารีส ผู้ประท้วงบางส่วนจุดไฟเผาสิ่งของและขว้างประทัดใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนแยกย้ายหลบหนี

ด้านกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศสระบุว่า บุคลากรทางการศึกษาได้รับบาดเจ็บแล้ว 65 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน 40 คน ขณะที่สหภาพแรงงานประกาศเตรียมนัดหยุดงานประท้วงของครูทั่วประเทศ ในวันอังคารที่ 6 ต.ค. นี้

สำหรับการประท้วงครั้งนี้เริ่มต้นจากเขตกรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนขยายวงไปทั่วประเทศ โดยนักเรียนเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาห้องเรียนแออัด การขาดแคลนครู และอาคารเรียนที่ทรุดโทรม ซึ่งผู้ประท้วงมองว่า เป็นเพราะการลงทุนด้านการศึกษาไม่เพียงพออย่างต่อเนื่องมานานหลายปี
แม้รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมเพิ่มงบประมาณการศึกษาในปี 2570 อีก 1.7% เป็น 65,530 ล้านยูโร (ราว 2.46 ล้านล้านบาท) แต่เป็นการเพิ่มขึ้นต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายชำระหนี้ของรัฐบาลคาดว่าจะสูงถึง 74,500 ล้านยูโร (ราว 2.8 ล้านล้านบาท) และแซงหน้างบการศึกษาเป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ ตำรวจจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบแล้วราว 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ขณะที่นายเฌราร์ ดาร์มาแนง รมว.ยุติธรรมฝรั่งเศส เสนอให้ผู้ปกครองรับผิดชอบชดใช้ความเสียหาย หากบุตรหลานทำลายทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวหาตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุกับผู้ประท้วงที่เป็นเยาวชน รวมถึงกระบอง แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง ทำให้ทางการฝรั่งเศสเปิดการสอบสวนหลายกรณีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



