เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.00 น. วันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนคลองปากข้าวสาร หมู่ 2 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และใกล้เคียงหลายคัน พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์และมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนบ้านไม้ที่ปลูกสร้างอยู่ติดกันหลายหลัง และมีซอยค่อนข้างแคบ โดยบ้านเลขที่ 17 ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิง พบเปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ก่อนลุกลามไปยังบ้านข้างเคียงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บ้านเรือนถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง 4 หลัง และได้รับความเสียหายบางส่วนอีก 2 หลัง รวม 6 หลังคาเรือน
เนื่องจากซอยภายในชุมชนมีความแคบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปถึงบ้านต้นเพลิงได้ เจ้าหน้าที่ต้องจอดรถบริเวณกลางซอยและลากสายส่งน้ำเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อเร่งควบคุมเพลิง โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เหลือเพียงกลุ่มควันในพื้นที่ เบื้องต้นพบว่าบ้านต้นเพลิงได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่มีผู้สำลักควัน 1 ราย เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

นายวุฒิชัย ด่านชัยวิจิตร นายกเทศมนตรีเมืองอโยธยา เปิดเผยว่า ชุมชนดังกล่าวเป็นชุมชนบ้านไม้และมีทางเข้าออกค่อนข้างแคบ รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องลากสายดับเพลิงเป็นระยะทางยาวเข้าไปควบคุมเพลิง โดยเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลัง
ด้านชาวบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินทางไปหาน้าชาย ซึ่งพักอาศัยอยู่ติดกับบ้านต้นเพลิง ระหว่างทางได้พบชายชื่อ นายประจักษ์ โดยชายคนดังกล่าวพูดกับตนว่าเป็นคนจุดไฟเผาบ้านของตัวเอง ก่อนเดินออกจากบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำบอกเล่าของชาวบ้านและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ต่อมา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ พบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัว นายประจักษ์ อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิง ไปสอบสวนให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า บ้านของตนไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงจุดเทียนไว้ 1 เล่ม ก่อนออกไปทำธุระบริเวณใกล้เคียงเพียงครู่เดียว เมื่อกลับมาพบว่าบ้านเกิดเพลิงไหม้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุของเพลิงไหม้
ส่วนข้อมูลที่มีผู้กล่าวอ้างเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าของบ้านนั้น เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่มีข้อสรุปว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดเพลิงไหม้หรือไม่ โดยตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและผลการสอบสวนก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป




