สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ว่า ขณะนี้ทีมกู้ภัยยังคงค้นหาผู้สูญหายกว่า 5,000 คน ในพื้นที่ชายแดนติดกับจีน สืบเนื่องจากเหตุธารน้ำแข็งถล่มเมื่อเดือน ส.ค. ซึ่งก่อให้เกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากพัดถล่มหุบเขา

นายสุบัช ตุลธาดาร์ เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยอุทกวิทยาและทรัพยากรน้ำของรัฐบาลเนปาล ซึ่งรับผิดชอบดูแลโครงการใหม่นี้ กล่าวว่า จะมีการขุดคลองเพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำใกล้เคียงภายใต้การควบคุม พร้อมกล่าวถึงปัญหาความเสี่ยงด้านสุขภาพของคนงาน จากการทำงานบนพื้นที่สูงเป็นเวลานาน และอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้

ทางการระบุว่า งานออกแบบและการศึกษาในรายละเอียด สำหรับทะเลสาบในพื้นที่ตอนกลางและตะวันออก ได้แก่ ทะเลสาบธุลากิ, บารุนล่าง, ลุมดิง โช และฮงกุ 2 จะเริ่มต้นขึ้นภายในปีงบประมาณนี้ ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาจนถึงกลางเดือน ก.ค. 2570

โครงการมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,676 ล้านบาท) นี้ ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว, ยูเอ็นดีพี และรัฐบาล

ทั้งนี้ การระบายน้ำผ่านโครงสร้างที่มีประตูระบายน้ำ จะเริ่มขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการศึกษาในรายละเอียด และอาจต้องใช้เวลาดำเนินการนานถึง 6 ปี จึงจะแล้วเสร็จ โดยจะครอบคลุมถึงการติดตั้งเซ็นเซอร์ ระบบพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วม รวมถึงความพยายามในการสร้างความยืดหยุ่นในพื้นที่ปลายน้ำ และเตรียมชุมชนให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยง

ก่อนหน้านี้ เนปาลสามารถลดระดับน้ำในทะเลสาบธารน้ำแข็งทโชโรลปา ในเทือกเขาหิมาลัยตอนกลาง ลงได้ 3 เมตร ในปี 2543 และทะเลสาบอิมจา ในบริเวณใกล้เคียงกับยอดเขาเอเวอเรสต์ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS