เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ว่า สิทธิที่ผู้ประสบภัยจะได้ในส่วนของก้อนแรก คือ เงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และ กทม. ผู้ประสบภัยที่เข้าเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือจะได้รับการดูแลของเงินทดรองราชการในกรณีบ้านพัง เครื่องมือประกอบอาชีพเสียหาย และเสียชีวิตในอัตราตามระเบียบเงินทดรองราชการว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน โดยหากบ้านพังจะได้รับค่าช่วยเหลือเป็นเงิน 88,600 บาท เสียชีวิตได้เงินช่วยเหลือ 35,700 บาท ในกรณีแรก
ส่วนกรณีที่ 2 ด้วยสถานการณ์ที่มีความเสียหายเป็นวงกว้างรัฐบาลได้คำนึงถึงความเหมาะสม ในการเยียวยาผู้ประสบภัยจึงมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 29 ก.ย. ที่ผ่านมาต่อเนื่องเพื่อขยายพื้นที่ทำการจ่ายเงินช่วยเหลือเงินทดรองราชการ ตามมติ ครม. เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 24 จังหวัด มอบเป็นค่าใช้จ่าย ค่าช่วยเหลือเยียวยา แบ่งออกเป็นกรณีบ้านพักอาศัยเสียหาย บ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อม และกรณีการเสียชีวิต โดยเงินก้อนที่ 2 นี้ สำหรับในกรณีที่บ้านพักอาศัยเสียหาย จะได้รับการเยียวยา จำนวน 9,000 บาท ในส่วนของน้ำล้อมบ้าน จำนวน 5,000 บาท ส่วนกรณีเสียชีวิต ครม.จะดูแลเยียวยาญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตศพละ 2 ล้านบาท ตามมติของ ครม.
นอกจากนี้ ยังมีในส่วนที่ 3 คือเรื่องระบบประกันภัยพิบัติ และค่าสินไหมทดแทนของผู้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งรัฐบาลได้ชี้แจงให้ประชาชนทราบในเบื้องต้นแล้ว จะมีผลระยะเวลาการคุ้มครองเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 1 ต.ค.70 โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยดำเนินการคุ้มครองใน 2 ประเภท คือ ประเภทที่อยู่อาศัยจะคุ้มครองกรรมสิทธิ์ให้กับผู้อยู่อาศัย ในกรณีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท/หลัง/ภัย ซึ่งในช่วงของอุทกภัยนี้จะแบ่งทั้งเป็นอุทกภัยบ้านน้ำท่วมและบ้านน้ำล้อม หลังจากนั้นที่ได้รับค่าชดเชยความเสียหายจำนวน 100,000 บาทแล้ว จะสามารถขอชดเชยความเสียหายเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 90,000 บาท ในกรณีที่ผู้ประสบภัยมีความพร้อมในการรวบรวม หลักฐานเอกสารเพิ่มเติมก็สามารถส่งข้อมูลให้กับทางบริษัทประกันดำเนินการให้ความช่วยเหลือได้ทันที
ส่วนกรณีน้ำล้อมได้รับความเสียหายเบื้องต้นจะได้รับการช่วยเหลือ 5,000 บาท และได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมไม่เกิน 95,000 บาท ส่วนด้านร่างกายและชีวิตจะคุ้มครอง ประชาชนชาวไทยที่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชนในกรณีเสียชีวิตจะจ่ายค่าชดเชยรายละ 2 ล้านบาท ส่วนกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร จ่ายค่าชดเชย 200,000 บาทต่อคน
สำหรับขั้นตอนการแจ้งเคลมและจ่ายเงินสามารถแจ้งผ่านได้ 4 ช่องทาง ที่ประชาชนสามารถแจ้งได้ ในกรณีประกันภัยพิบัติ คือ 1.แจ้งผ่านเว็บไซต์ www.thainatcat.org 2.Line OA “@ThaiNATCAT” 3.ThaiNATCAT Call Center โทร. 0-2012-5555 และ 4.จุดแจ้งเคลมในพื้นที่ ทางบริษัทและทางคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แจ้งให้กับจังหวัดที่ผู้ประสบภัยทราบ
โดยในเบื้องต้นจากครอบคลุมพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่จะต้องมีการประกาศของทางราชการ นอกจากนี้ ยังสามารถเข้ายืนยันตัวตนและความชัดเจนถูกต้องที่แอปพลิเคชัน ThaID และเมื่อเอกสารครบถ้วนตามกระบวนการแล้วการพิจารณาค่าสินไหมชดเชยเยียวยาจะเป็นการโอนเงินผ่านเข้าระบบพร้อมเพย์จึงขอให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยเข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขทำการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก คาดว่าหลังจากที่บริษัทประกันได้รับเรื่องแล้ว จะทำการโอนเงินภายใน 15 วัน หลังจากได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน
น.ส.ศิริธร กล่าวอีกว่า ข้อควรระวังของประชาชน ที่ขณะนี้มีหลายความช่วยเหลือจากภาครัฐลงไปจึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังเรื่องข้อความ SMS ที่จะแอบอ้างการขอข้อมูลลงทะเบียน เพราะ SMS ของระบบ ประกัน และปภ. ไม่มีการแนบลิงก์ หมายเลขทะเบียนหรือเลขบัญชีธนาคาร และไม่ให้มีการส่งสลิปโอนเงินเพื่อเป็นการต่อรองให้มีการช่วยเหลือทำการที่เร็วขึ้น หากมีข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ผ่านสายด่วนนิรภัย 1784



