สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่าจากกรณีนายจอห์น มูลเลนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจด้านจีนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ส่งหนังสือถึงสตาร์บัคส์ เรียกร้องให้บริษัทเครือร้านกาแฟรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซีแอตเทิล ปิดร้านสองแห่งในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ โดยวิจารณ์ว่า การดำเนินธุรกิจดังกล่าวขัดกับภาพลักษณ์ความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท
นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า คณะกรรมาธิการของสหรัฐมัก “กุเรื่องขึ้นจากความว่างเปล่า” ด้วยเหตุผลทางการเมือง เพื่อโจมตีและทำให้จีนเสื่อมเสีย พร้อมย้ำว่า ข้อกล่าวหาเรื่อง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในซินเจียงเป็นเรื่องโกหกอย่างชัดแจ้ง
China slams US ‘lie’ over Starbucks stores in Xinjiang https://t.co/OY1ycjmmD4
— The Straits Times (@straits_times) October 3, 2026
ด้านสตาร์บัคส์ระบุผ่านบัญชีทางการบนแพลตฟอร์มวีแชตว่า ร้านทั้งสองสาขาในซินเจียง คือในเขตใจกลางเมือง และที่สนามบินนานาชาติอุรุมชี ซึ่งเปิดเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงร้านกาแฟแห่งใหม่ แต่เป็นการนำเสนอประสบการณ์ที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นและความต้องการของลูกค้า พร้อมยืนยันว่า จะเดินหน้าลงทุนในภูมิภาคดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้ นักเคลื่อนไหวและรัฐบาลต่างประเทศกล่าวหาทางการจีนว่าละเมิดสิทธิของชาวอุยกูร์ในซินเจียง ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามในซินเจียง โดยสหรัฐกล่าวหาว่าเข้าข่าย “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”
ขณะที่รายงานของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เมื่อปี 2565 ระบุว่า การปฏิบัติของจีนต่อชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอื่นในซินเจียงอาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการใช้แรงงานบังคับ ยังคงเกิดขึ้นในซินเจียง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



