เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ประเทศญี่ปุ่น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขึ้นเวทีระดับโลกปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุม Science and Technology in Society forum (STS forum) ครั้งที่ 23 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 ต.ค.69 ภายใต้แนวคิด “Navigating Tectonic Shifts in Science, Technology, and Society” โดยมีนักวิจัยชั้นนำ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล และรัฐมนตรีด้านวิจัยและนวัตกรรมจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม

โดยนายยศชนัน ขึ้นกล่าวบนเวทีจุดประกายให้นักวิจัยทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับ “การเงินบนฐานทุนธรรมชาติ” โดยเปรียบเทียบ ว่า ในขณะที่กลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมันหรือแร่ธาตุสามารถนำทรัพยากรเหล่านั้นมาตีเป็นมูลค่าทางบัญชีเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ ประเทศไทยซึ่งมีความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพและมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ก็ควรสามารถจัดทำบัญชีทรัพยากรเหล่านี้เพื่อสร้างความมั่นคงของชาติได้เช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มเดินหน้าโครงการนำร่องแล้วในพื้นที่จ.น่าน

ทั้งนี้ การจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติ คือระบบการวัดและรายงานปริมาณการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงบริการของระบบนิเวศอย่างเป็นระบบ ทั้งในเชิงกายภาพ และมูลค่าทางการเงิน เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายและการลงทุน โดยอ้างอิงมาตรฐานสากลจากระบบบัญชีสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ (SEEA) ของสหประชาชาติ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารโลก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมูลนิธิกสิกรไทย ที่ร่วมกันพัฒนาระบบโดยใช้ จ.น่านเป็นพื้นที่ต้นแบบ

นอกจากนี้ ในการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี ร่วมกับผู้แทนจากกว่า 30 ประเทศ นายยศชนัน ได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน ผ่าน 3 โครงการหลัก ประกอบด้วย Siam Silica ยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ มุ่งยกระดับไทยจากการเป็นเพียงฐานประกอบและทดสอบอุตสาหกรรมชิป ก้าวขึ้นสู่ขั้นที่มีมูลค่าสูงขึ้นในห่วงโซ่อุปทานของโลก ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรม Siam Medica ยุทธศาสตร์ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพแบบองค์รวม ของโลกโดยมีวิทยาศาสตร์เป็นฐานรากสำคัญ และ Siam Terra ยุทธศาสตร์พลิกโฉมภาคการเกษตร ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มผลิตภาพและรายได้ เปลี่ยนโมเดลจากการขายผลผลิตดิบ สู่การแปรรูปเป็นอาหารและยา โดยตั้งเป้าให้เกษตรกรเป็นเจ้าของห่วงโซ่คุณค่าอย่างแท้จริง ซึ่งเตรียมเปิดตัวนำร่องในปี 2570



