กลายเป็นอีกประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษลิง หลังเพจ Drama-addict เผยแพร่ข้อมูลกรณีผู้ป่วยที่มีอาการแตกต่างจากลักษณะทั่วไป โดยอ้างอิงข้อมูลจาก ศ.นพ.กำธร มาลาธรรม ซึ่งระบุว่า ปัจจุบันพบลักษณะรอยโรคและอาการนำของผู้ติดเชื้อที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผื่นหรือตุ่มตามร่างกายเท่านั้น
โดยเพจ Drama-addict ระบุว่า มีรายงานผู้ป่วยบางรายมาพบแพทย์ด้วยอาการคล้ายเป็นฝีบริเวณก้น เมื่อตรวจเพิ่มเติมกลับพบว่าเป็นการติดเชื้อฝีดาษลิง ขณะที่บางรายมีอาการคล้ายทอนซิลอักเสบหรือคออักเสบ แต่ผลตรวจยืนยันว่าเป็นฝีดาษลิงเช่นกัน
พร้อมยกตัวอย่างกรณีผู้ป่วยหญิงอายุ 32 ปี ซึ่งเข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดคอทั้งสองข้างและมีไข้ต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์ แม้รับประทานยาฆ่าเชื้อแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น เมื่อตรวจภายในช่องปากพบแผลสีขาวบริเวณผนังคอหอยด้านหลัง แต่ไม่พบผื่นหรือรอยโรคตามส่วนอื่นของร่างกาย
อย่างไรก็ตาม หลังผ่านไป 4 วัน ผู้ป่วยเริ่มมีตุ่มหนองบริเวณสะดือ รวมถึงบริเวณสะบักขวาและเต้านม แพทย์จึงสงสัยการติดเชื้อไวรัสและส่งตรวจเพิ่มเติม ก่อนพบผลยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อฝีดาษลิง
ข้อมูลดังกล่าวยังระบุว่า ผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสามารถพบแผลภายในช่องปากได้ประมาณ 14-30% ขณะที่ผู้ป่วยที่มีอาการนำเป็นแผลในช่องปากและเจ็บคอ โดยไม่มีผื่นตามร่างกาย พบได้ค่อนข้างน้อย ประมาณ 5% ของผู้ป่วยทั้งหมด
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อสังเกตสำคัญในการเฝ้าระวังโรค โดยผู้ที่มีอาการเจ็บคอหรือมีไข้ต่อเนื่อง รักษาแล้วไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับการตรวจประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม เนื่องจากอาการของฝีดาษลิงอาจไม่ได้แสดงออกเป็นผื่นตามร่างกายเสมอไป.



