กรณีเหตุชายวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ล่อลวงหญิงสูงอายุวัย 74 ปี จากบริเวณหน้าบ้านพัก ก่อนพาไปก่อเหตุกระทำชำเราบริเวณป่าละเมาะริมแม่น้ำน่าน พื้นที่หมู่ 7 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก แล้วนำไปปล่อยทิ้งไว้ใกล้ร้านข้าวขาหมูกาแล จนสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและประชาชน จนมีการนำมาเตือนภัยในโซเชียล เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าวัยรุ่นหื่นลวงยาย 74 ขึ้นจยย. พาขืนใจป่าละเมาะ ซ้ำนำไปปล่อยทิ้งริมทางสุดเวทนา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พ.ย. พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ติดตามแกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เกิดเหตุ จนพบภาพชายต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์พาคุณยายซ้อนท้ายออกไป ก่อนจะพบภาพภายหลังเกิดเหตุชายคนดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับมาตามเส้นทางเพียงลำพัง โดยไม่มีคุณยายซ้อนท้ายมาด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมข้อมูลและติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายสุทธิพงษ์ อายุ 33 ปี ชาว อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิด มาสอบปากคำเบื้องต้น ก่อนให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุกับคุณยายส้ม วัย 74 ปี จริง โดยผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุกำลังเดินทางไปทำงาน ก่อนพบคุณยายนั่งอยู่บริเวณร้านส้มตำ จึงเข้าไปพูดคุยและชักชวนว่าจะพาไปกินข้าว เมื่อยายหลงเชื่อและขึ้นรถจักรยานยนต์ไปด้วย แต่ไม่ได้พาไปกินอาหารตามที่อ้าง แต่พาเข้าไปยังบริเวณป่าละเมาะซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ และลงมือก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหา เนื่องว่าตนมีพฤติกรรมชอบผู้สูงอายุ และมีอาการคล้ายควบคุมตัวเองไม่ได้ขณะก่อเหตุ พร้อมอยากขอโทษคุณยายและครอบครัว ยอมรับว่าการกระทำของตนเป็นความผิดและพร้อมยอมรับผลทางกฎหมาย

ขณะที่ ร.ต.อ.ชานนท์ สมฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมนำตัวผู้ต้องหาลงพื้นที่ชี้จุดเกิดเหตุและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย พร้อมส่งตัวผู้ต้องหาฝากขังต่อไป