ทว่าวันนี้ เฉิน อวี่เจี๋ย หรือ “เจ้าจรวดจิ๋ว” ของบรรดาแฟนคลับ และสื่อมวลชนจีน กลายเป็นเจ้าของเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิงกีฬาเอเชียนเกมส์ไปแล้ว ด้วยวัยเพียง 17 ปี เท่านั้น

                ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง รอบชิงชนะเลิศ ที่ “ไอจิ-นาโกยา เกมส์” เสี่ยวเฉิน วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 11.06 วินาที ทำลายทั้งสถิติเอเชียนเกมส์ และสถิติเอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ลงได้สำเร็จ

                ก่อนหน้าที่จะกลายเป็นราชินีลมกรดคนใหม่ของเอเชีย เฉิน อวี่เจี๋ย เพิ่งถูกถ่ายภาพเอาไว้ขณะซุกตัวนอนอยู่ในผ้าห่มผืนเล็ก ๆ บนพื้นสนามซ้อม จนถูกชาวโซเชียลแซวว่า เป็นเด็กน้อยที่สามารถนอนหลับได้ทุกที่

                แต่ อวี่เจี๋ย ยอมรับว่า แม้จะยังนอนหลับได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ก่อนจะคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิงมาครองได้นั้น เธอก็ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนภาพที่ปรากฏออกมาเลย

                เฉิน อวี่เจี๋ย ทำเวลาในการวิ่งรอบแรก และรอบรองชนะเลิศได้ไม่ดีนัก โดยทำเวลาได้ 11.41 วินาที ทั้ง 2 รอบ และยอมรับว่า เธอผ่อนมากเกินไป กระทั่งโค้ชต้องเข้ามากำชับให้พยายามวิ่งให้ได้ในเวลา 11.40 วินาที

                อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างแตกต่างออกไปในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อ เฉิน อวี่เจี๋ย สามารถจับจังหวะของตัวเองได้ และสับเข้าเส้นชัยไปด้วยเวลา 11.06 วินาที พร้อมคว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จในการเดินทางมาลงชิงชัยในเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก

                “ในใจหนูคิดอยู่อย่างเดียวว่า ต้องวิ่งเข้าเส้นชัยโดยไม่บาดเจ็บ อย่างทำอะไรผิดพลาด อย่างสตาร์ตฟาวล์ นี่คือการวิ่ง 100 เมตรครั้งสุดท้ายก่อนที่หนูจะอายุ 18 ปี และนี่ก็เป็นของขวัญฉลองการบรรลุนิติภาวะที่ดีที่สุดที่หนูมอบให้กับตัวเอง” อวี่เจี๋ย กล่าว

                หลังจากคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิงมาครองได้สำเร็จ หนูน้อยอวี่เจี๋ย ก็เดินตรงไปหากล้อง และตะโกนออกมาว่า “แม่คะ พ่อคะ หนูทำให้พวกท่านภูมิใจแล้ว”

                สำหรับเป้าหมายของ เฉิน อวี่เจี๋ย หลังกวาดไป 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน ในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ เธอมองไปที่การก้าวขึ้นไปลุ้นความสำเร็จบนเวทีใหญ่อย่างกรีฑาชิงแชมป์โลก และกีฬาโอลิมปิก

                อย่างไรก็ตาม เสี่ยวเฉิน รู้ดีว่า ช่องว่างระหว่างการประสบความสำเร็จในระดับเอเชีย และระดับโลกยังห่างกันมาก

                ถึงแม้เธอจะคว้าแชมป์วิ่ง 100 เมตร ในระดับเอเชียได้ด้วยเวลา 11.2 หรือ 11.3 วินาที แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะประสบความสำเร็จในระดับโลก

                “การจะแข่งขันเพื่อลุ้นเหรียญในระดับนั้น คุณต้องทำเวลาให้ต่ำกว่า 11 วินาที คุณต้องไปให้ได้ถึงระดับ 10.7 หรือ 10.6 เลยด้วยซ้ำ”

                กระนั้น เฉิน อวี่เจี๋ย ยังไม่คิดจะดิดจะสร้างความกดดันให้ตัวเองด้วยการพยายามวิ่งให้ได้ต่ำกว่า 11 วินาทีในอนาคตอันใกล้ โดยกล่าวว่า “เรื่องที่สำคัญกว่าสำหรับหนูก็คือการทำผลงานให้ดีทุกก้าวในการฝึกซ้อมรายวัน บางที ถ้าหนูสามารถพัฒนาเทคนิคทุกด้านขึ้นไปได้เรื่อย ๆ หนูก็จะสามารถทำเวลาต่ำกว่า 11 วินาทีได้เองโดยธรรมชาติ”

                 เฉิน อวี่เจี๋ย เกิดในครอบครัวนักกีฬา คุณพ่อคุณแม่ของเธอต่างเป็นนักวิ่งระยะสั้น โดยคุณพ่อเคยทำสถิติวิ่ง 100 เมตรได้เร็วที่สุด 10.80 วินาที

                ส่วน เสี่ยวเฉิน ก่อนจะหันมาเอาดีทางการวิ่งระยะสั้น เธอเคยเล่นกีฬาอื่นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเทนนิส หรือ เทควันโด แต่ด้วยอุปสรรคด้านรูปร่าง เธอจึงผันตัวมาเป็นนักวิ่งระยะสั้นตอนเรียนชั้นป.5 ตามคำชักชวนครูพละที่ประทับใจในฝีเท้าที่เร็วปานจรวดของเธอ

                จากนั้น เฉิน อวี่เจี๋ย จึงก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดบนเวทีระดับนานาชาติในปี 2023 หรือ ขณะมีอายุเพียง 14 ปี หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง กีฬานักเรียนโลกรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ที่ริโอ เดอ จาเนโร มาครอง โดยทำเวลาได้ 11.56 วินาที ซึ่งเท้ากับสถิติที่ยืนยงมาตั้งแต่ปี 1982 พอดีเป๊ะ

                และ เสี่ยวเฉิน ก็ยอมรับว่า การออกไปแข่งขันในระดับนานาชาติช่วยเปิดโลกให้เธออย่างมาก โดยระบุว่า “ก่อนหน้านั้น หนูจำกัดตัวเองอยู่ในโลกใบเล็ก ๆ ของตัวเอง ซึ่งหนูรู้สึกว่า ตัวเองตัวใหญ่มาก แต่เมื่อก้าวไปยังสถานที่ที่แตกต่าง หนูก็ได้รู้ว่า โลกใบนี้มันกว้างใหญ่แค่ไหน และเราตัวเล็กแค่ไหน”

                อย่างไรก็ตาม ด้วยวัยขนาด เฉิน อวี่เจี๋ย นอกจากเรื่องของการเล่นกรีฑาแล้ว เธอก็ยังต้องแบ่งเวลาไปโฟกัสกับการเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย

                “ในฐานะนักกีฬา คุณไม่สามารถโฟกัสแค่ด้านเดียวได้ ถ้าคุณเดินบนขาข้างเดียว คุณจะไปได้ไม่ไกลแน่นอน คุณจำเป็นต้องพัฒนาขาทั้ง 2 ข้างไปพร้อมกันด้วย หลังจากฉันกลับบ้านไป ฉันจำเป็นต้องสงบจิตสงบใจลง และเรียนให้หนัก สำหรับตอนนี้ ฉันต้องพักความรู้สึกจากลู่วิ่งเอาไว้ก่อน” อวี่เจี๋ย กล่าว.

แท ยอน