บางครั้งความสุขของชีวิตก็ไม่ได้อยู่ที่การเดินทางไปให้ไกลที่สุด หรือการได้เห็นสถานที่สวยงามมากมาย แต่อาจอยู่ในสถานที่เดิม ๆ ที่เราอยากกลับไปทุกวัน อยู่ในกิจวัตรเล็ก ๆ ที่ทำแล้วหัวใจสงบ และอยู่ในความรู้สึกผูกพันที่ไม่จำเป็นต้องมีภาษาเดียวกันมาเป็นเครื่องยืนยัน

ที่วัดราชบูรณะ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีชายชาวต่างชาติคนหนึ่งกำลังใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในแบบที่เขาเลือก ทุกเช้าเขาจะขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจมาจอดหน้าวัด เดินเข้าไปกราบพระ ขอพรจากพระครูสิทธิธรรมวิภัช หรือหลวงพ่อสำลี รักษาการเจ้าอาวาส ก่อนจะหยิบไม้กวาด ไม้ถูพื้น ลงมือทำความสะอาดบริเวณรอบโบสถ์หลวงพ่อทองขาวและวิหารอย่างคล่องแคล่ว

เมื่อทำความสะอาดเสร็จ ก็ไม่ลืมรดน้ำต้นไม้ที่อยู่โดยรอบ เป็นภาพที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จนกลายเป็นความคุ้นตาของผู้คนในวัด และดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 6 เดือน

ชายคนนี้ชื่อ นายคลีเมนส์ เคราท์ ชาวเยอรมัน วัย 67 ปี อดีตผู้จัดการฝ่ายระบบไอทีของบริษัทชื่อดังในต่างประเทศ ซึ่งผ่านชีวิตการทำงานมาอย่างยาวนาน ก่อนเกษียณอายุและเลือกใช้ช่วงเวลาหลังจากนั้นออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วประเทศไทย

เขาไม่ได้เป็นเพียงนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านไปตามจังหวัดต่าง ๆ แต่เป็นคนที่หลงใหลในวิถีชีวิต วัฒนธรรม ธรรมชาติ และโดยเฉพาะวัดวาอารามของไทย ปัจจุบันเขาเดินทางท่องเที่ยวมาแล้วเกือบทุกจังหวัด และมักเลือกขี่รถจักรยานยนต์ออกไปสัมผัสเมืองต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

สำหรับคลีเมนส์ ประเทศไทยมีเสน่ห์ที่ทำให้เขาประทับใจอยู่เสมอ วัดแต่ละแห่งมีความงดงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว การได้เดินทางไปกราบพระ ทำบุญ และชมสถาปัตยกรรมทางศาสนา จึงเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เขาเลือกเติมเต็มให้ชีวิตหลังเกษียณ

โดยเฉพาะวัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเขาแวะเวียนมาสักการะอยู่เป็นประจำเมื่อมีโอกาสเดินทางมายังประเทศไทย ก่อนหน้านี้เขาเคยมากราบหลวงพ่อสำลี ขอพร และเข้าพิธีเจิมมือ นะ มะ มนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนั้นยังชื่นชอบพระเครื่องของหลวงพ่อต่าง ๆ ที่ได้บูชามาจากการเดินทาง รวมถึงศิลปะการสักยันต์แบบไทยที่เขาสนใจเป็นพิเศษ

แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของชายชาวเยอรมันคนนี้น่าประทับใจยิ่งกว่าเครื่องรางของขลังหรือภาพถ่ายจากสถานที่ท่องเที่ยว คือการที่เขาไม่ได้เพียงเข้าวัดเพื่อกราบไหว้แล้วเดินจากไป หากยังเลือกหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาด เลือกใช้สองมือช่วยดูแลสถานที่ที่ตนเองรู้สึกผูกพัน

สำหรับบางคน การกวาดลานวัดอาจเป็นเพียงงานเล็ก ๆ แต่สำหรับเขา นั่นคือส่วนหนึ่งของความสุขและความสงบในชีวิต เป็นการได้ทำประโยชน์ให้กับสถานที่ที่ตนรัก โดยไม่ต้องมีใครร้องขอหรือมอบหมายหน้าที่ให้

หลวงพ่อสำลี เล่าว่า เห็นคลีเมนส์เข้ามาทำบุญและช่วยทำความสะอาดบริเวณโบสถ์และวิหารมาหลายเดือนแล้ว แม้จะพูดคุยสื่อสารกันได้เพียงบางส่วน แต่ก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจและความผูกพันที่เขามีต่อวัดราชบูรณะ

ที่ทำให้หลวงพ่อประทับใจมากเป็นพิเศษ คือ คลีเมนส์ เคยบอกว่า ต้องการฝากตัวเป็นลูกศิษย์ลูกหาของวัดแห่งนี้ และยังเอ่ยความตั้งใจว่า หากวันหนึ่งเสียชีวิตลง อยากนำเถ้ากระดูกมาไว้ที่วัดราชบูรณะ เพราะมีความสุขทุกครั้งที่ได้มากราบพระ ทำบุญ และทำความสะอาดวัด

ถ้อยคำดังกล่าวอาจฟังดูเรียบง่าย แต่กลับสะท้อนความรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งของคนคนหนึ่งที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้ชีวิตในอีกประเทศหนึ่ง และค้นพบสถานที่ซึ่งทำให้หัวใจรู้สึกสงบจนอยากให้เป็นบ้านในวาระสุดท้าย

หลวงพ่อสำลี จึงกล่าวชื่นชมในความมีน้ำใจของชายชาวเยอรมันรายนี้ พร้อมประพรมน้ำมนต์ให้เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนมอบพระเครื่องพระนางพญา ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นราชินีแห่งพระเครื่อง และเป็นหนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคี ให้คลีเมนส์เก็บไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่ระลึก

เรื่องราวของคลีเมนส์ อาจไม่ได้มีฉากใหญ่โต ไม่มีคำประกาศที่หวือหวา และไม่มีพิธีการใดเป็นพิเศษ มีเพียงชายสูงวัยคนหนึ่ง ไม้กวาดหนึ่งด้าม วัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง และความตั้งใจที่ทำซ้ำทุกเช้า

บางทีความผูกพันกับแผ่นดินหนึ่ง อาจไม่ได้วัดกันที่สัญชาติหรือสถานที่เกิด แต่อยู่ที่ว่าเราเลือกจะมอบความรักและทำสิ่งดีๆ ให้กับสถานที่นั้นมากเพียงใด

และที่วัดราชบูรณะ ชายชาวเยอรมันวัย 67 ปีคนนี้ กำลังตอบคำถามนั้นด้วยการลงมือทำอย่างเงียบๆ ในทุกเช้า

เพราะบางครั้ง การได้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ที่ทำให้ใจสงบ ก็อาจเป็นความหมายของคำว่า “บ้าน” ได้อย่างแท้จริง แม้บ้านหลังนั้นจะอยู่ห่างจากบ้านเกิดของเขาคนละซีกโลกก็ตาม.
……………………………………….
คอลัมน์ “เรื่องราวดีๆ ของสังคม”
โดย “เสือสมุทร”
ข้อมูล-ภาพ “ธเนส อนุดิษฐ” ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.พิษณุโลก
อ่านเรื่องราวดีๆ ของสังคม ได้ที่นี่..