เมื่อวันที่ 5 ก.ค. เวลา 11.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวเอกสารหลุดมีข้อความระบุว่า ไฟเซอร์ที่จำมีการบริจาค 1.5 ล้านโด๊ส หากใช้เป็นเข็มที่ 3 ให้บุคลาการแพทย์/ด้านหน้า ก็จะถือว่าเป็นการยอมรับว่าวัคซีนซิโนแวค มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอว่า เอกสารที่ออกมาไม่ได้ถือว่าเป็นเอกสารฉบับจริง ที่ประชุมวันนั้นเป็นการประชุมคณะกรรมการวิชาการ 3 คณะ คือ 1.คณะวิชาการใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2.อนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคใน พ.ร.บความมั่นคงด้านวัคซีนของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ 3.คณะทำงานด้านวิชาการวิจัยการฉีดวัคซีน ซึ่งมีคนเข้าประชุมค่อนข้างเยอะ มีทั้งในห้องประชุมและออนไลน์
ซึ่งวัตถุประสงค์ของการประชุมก็อยากได้ความเห็นทางวิชาการ โดยที่เราจะมีวัคซีนตัวอื่นเข้ามาในอนาคต เช่น ไฟเซอร์หรืออะไรก็แล้วแต่ ว่าควรจะฉีดให้กลุ่มเป้าหมายอย่างไร อย่างที่ทราบกันสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก วันซีนก็มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ ก็ได้มีการเตรียมการล่วงหน้า โดยกลไกคือพอคณะกรรมการชุดนี้ทำเสร็จ ก็จะเสนอต่อคณะกรรมการที่เขาดูแลต่อไป พอคณะที่เป็นทางการได้ความเห็นชอบแล้วจะเสนอ ศบค .เพื่อทราบและเห็นชอบต่อไป เพราะฉะนั้นจะมีขั้นตอนอยู่หลายขั้นตอน
“เอกสารที่หลุดไปนั้นไม่เรียกว่าเอกสารหลุดแต่เรียกว่าเอกสารที่ไม่จริงเพราะคนที่เขียนสรุปไม่ได้เป็นฝ่ายเลขาของคณะกรรมการการประชุม แล้วถ้าสังเกตดูในเอกสารจะเห็นว่าเหมือนการเขียนอ่านเอาเอง อ่านเอาเรื่อง อะไรประมาณนั้นไม่เหมือนรูปแบบฝ่ายเลขาฯ ที่จะสรุปเพราะฉะนั้นยืนยันว่าไม่มีเอกสารหลุดแต่นั่นเป็นเอกสารที่ไม่จริงในการประชุมที่มีคนหลากหลาย ความเห็นก็จะมีอย่างหลากหลาย ใครจะเสนอความเห็นอะไรก็ได้ แต่สุดท้ายจะต้องมีมติของที่ประชุม ซึ่งที่ประชุมนี้จะเน้นในเรื่องวิชาการ ไม่ได้เน้นในเรื่องของการจัดการและการเอาไปใช้จริง แต่นี่เพื่อเป็นข้อมูลประกอบ สำหรับคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ หรือคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติที่จะเอาไปพิจารณาสั่งการปฏิบัติในภาพรวมของประเทศต่อไป” นพ.โอภาส กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปกติการประชุมเราต้องการความเห็นที่หลากหลาย เพื่อให้ได้ข้อสรุปเพราะฉะนั้นกรรมการหรือผู้ที่เข้าประชุมแต่ละคนก็มีสิทธิที่จะเสนอความเห็นของเขา แต่นั่นไม่ใช่ความเห็นของที่ประชุม ไม่ใช่ความเห็นที่เป็นทางการ เพราะฉะนั้นต้องดูบริบทด้วยว่าเขาพูดอะไร การเอาคำใดคำหนึ่ง ประโยคใดประโยคหนึ่งไปโพสต์อย่างเดียวคิดว่าไม่เป็นธรรมกับผู้เข้าประชุม ทั้งนี้ ตอนประชุมตนไม่ได้เข้าประชุมด้วยทั้งหมดเพราะฉะนั้นจึงบอกไม่ได้ว่าเรื่องนี้มีใครพูดว่าอะไรและโดยมารยาทก็ไม่ควรพูดแต่ยืนยันว่านี่ไม่ใช่เอกสารหลุดแต่เป็นเอกสารที่ไม่จริง เป็นการเอาสไลด์ที่ประชุมไปปะติด ไม่ควรส่งต่อ เพราะไม่ใช้เอกสารจริง
เมื่อถามถึงข้อเท็จจริงในประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค กับวัคซีนไฟเซอร์ นพ.โอภาส กล่าวว่า เรื่องนี้มีการอธิบายไปหลายครั้ง รวมถึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการสัมมนาวิชาการที่มี นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญในด้านระบาดวิทยา นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และ นพ.นคร เปรมศรี ก็มีความเห็นตรงกันว่าที่ผ่านมาวัคซีนที่ประเทศไทยใช้ผ่านการรับรองมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และที่มีการใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปีก็ทำให้เราสามารถควบคุมการระบาดที่จังหวัดสมุทรสาคร บุคลากรสาธารณสุขที่ฉีดวัคซีนไปแล้วลดการติดเชื้ออย่างเป็นรูปธรรม จากการใช้งานจริง เช่น ภูเก็ต สามารถลดการติดเชื้อได้ 80-90% ที่เชียงรายก็เช่นเดียวกัน
“ที่บอกว่ามีการติดเชื้อในบุคลากรก็พบว่า บุคลากรที่ฉีดวัคซีนครบถ้วน มีการติดเชื้อฯ น้อยกว่าบุคลากรที่ไม่ได้ฉีดหรือฉีดไม่ครบ นี่เป็นข้อมูลจากประสบการณ์การใช้จริง ถ้าตามศัพท์เรียกว่าประสิทธิผล สามารถป้องกันได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้เราก็ทราบอยู่ว่าโรคโควิด-19 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เชื้อมีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นในภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไรเราคงต้องติดตามข้อมูลรวม กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการนำวัคซีนที่มีอยู่มาปรับรูปแบบการใช้เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าวัคซีนไฟเซอร์ที่จะได้รับบริจาคเข้ามาจำนวน 1.5 ล้านโด๊สยังไม่มีข้อสรุปว่าจะใช้กับประชากรกลุ่มใดใช่หรือไม่ นพ.โอภาส กล่าวว่า ไม่ค่อยอยากจะลงรายละเอียดในเรื่องนี้มากนักเนื่องจากรัฐบาลอเมริกาไม่ได้สรุปชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ มีการประกาศจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่า จะให้ประเทศไทย แต่เท่าที่จำได้ยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการว่าจะส่งมาจำนวนเท่าไหร่ เมื่อไหร่ อย่างไร ก็คงต้องติดตามกันต่อไป อย่างที่บอกว่าเวลาจัดการจะต้องเอาข้อมูลมาประมวลก่อนแล้วค่อยบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นตรงวัคซีนบริจาคคงจะต้องรอเพราะเกี่ยวข้องกับ 2 ประเทศทั้งไทยและอเมริกา จึงต้องรอความชัดเจน
เมื่อถามว่ากรณีที่มีการฉีดวัคซีนเชื้อตายครบ 2 เข็มแล้ว หากฉีดเข็ม 3 ด้วยวัคซีน mRNA ผลจะเป็นอย่างไร นพ.โอภาส กล่าวว่า การฉีดวัคซีน สนใจ 2 เรื่องคือเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยซึ่งจะต้องควบคู่กันไป ซึ่งประสิทธิภาพสามารถวัดได้หลายอย่าง ที่เราชอบพูดกันคือการวัดผลแล็บในห้องทดลอง แต่บางครั้งผลแล็บกับภาคปฏิบัติจริงจะมีความแตกต่างกัน พูดไปแล้วผลลัพธ์ก็คล้ายกับการวิจัยในเฟสที่ 2 แต่ถ้าทดลองในประชาชนจำนวนหนึ่งก็ถือเป็นเฟส 3 ถ้าผ่านก็เอาไปฉีดในประชากรที่มากขึ้นเรียกว่าภาคสนามของจริง ซึ่งวัคซีนหลายตัวเข้าสู่สนามจริงและมีผลออกมาเป็นรูปธรรม นี่คือเรื่องของประสิทธิภาพ แต่ส่วนใหญ่เราจะชอบเอาข้อมูลทางแล็บมาอิงกับผลจริง ทั้งนี้ เราไม่ได้ละเลยกับผลแล็บ ซึ่งเป็นข้อมูลหนึ่ง แต่ผลจากการฉีดจริงนั้นเป็นตัววัดสำคัญว่าชีวิตจริงเป็นอย่างไร
และเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนอย่างที่ทราบวันนี้วัคซีนเป็นการใช้ในภาวะฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นไม่มีใครบอกได้ว่าผลระยะยาวจะเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างวัคซีนบางยี่ห้อที่เป็นชนิด mRNA ตอนแรกประสิทธิภาพดีมากปลอดภัยค่อนข้างดี แต่พอใช้ไปสักพักในบางประเทศก็มีข้อมูลรายงานมาว่า ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในคนหนุ่ม จำนวนหลายพันราย เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ข้อมูลจะมีการปรับรายสัปดาห์ รายวัน เราก็จะพยายามดูข้อมูลทั้งหมดแล้วมาประเมินดูว่าอันไหนที่เหมาะกับประเทศไทยมากที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ
เมื่อถามว่ามีแพทย์กลุ่มหนึ่งออกมาเรียกร้องให้นำวัคซีนไฟเซอร์บริจาคที่จะเข้ามานั้นขอให้ฉีดเข็ม 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ นพ.โอภาส กล่าวว่า เป็นความเห็นที่เราต้องรับฟัง เขาจะบริจาคมาเท่าไหร่เมื่อไหร่ก็ยังไม่ได้มีกำหนดที่แน่นอน เพียงแต่วางกรอบสั้นๆ ว่าจะมาในเดือนนี้ จริงๆไม่ค่อยอยากจะพูดมากนักเนื่องจากเกี่ยวข้องกับทั้งประเทศไทยและประเทศอเมริกา และวัคซีนก็ยังไม่มีกำหนดที่จะมาชัดๆ ส่วนบุคลากรที่ต้องการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ต้องการวัคซีนที่มีความปลอดภัยนั้นขอชี้แจงว่า เรื่องความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน นั้น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่งเพราะตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมดว่าการจัดการเรื่องนี้ส่วนใดจะมีความเหมาะสมที่สุด เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขได้มั่นใจว่ากระทรวงจะพยายามเอาสิ่งที่ดีที่สุดมามอบให้เขา.



