เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 15 ต.ค. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่.. พ.ศ. … จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นวันที่ 2 ก่อนที่จะมีการลงมติในวาระรับหลักการ

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  อภิปรายว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี 2511 ที่ใช้เวลาร่างอยู่ 10 ปี แต่ใช้ได้เพียง 2 ปี 9 เดือน ก็มีอันเป็นไป อย่างที่เราทราบกัน และความเป็นไปครั้งนั้น ต่อมาก็ก่อให้เกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ซึ่งทั้งหมดก็เกิดขึ้นจาก 2 ปี 9 เดือนที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนั้น ทำให้ประชาชนได้เปิดหู เปิดตาสื่อมวลชน นักศึกษา รู้ว่าความเป็นประชาธิปไตย ทำให้เขาได้รู้ความเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองไม่มากก็น้อย จากนั้นเรามีรัฐธรรมนูญปี 2517 ถือเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่ง แต่ว่าใช้ได้ 2 ปี ก็เกิดเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ในที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็ล้มไป ต่อมาเป็นรัฐธรรมนูญ ปี 2521 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ตนได้เป็น สส.ครั้งที่ 3 แต่น่าแปลกว่าฉบับนี้อยู่ได้นานกว่าฉบับอื่น ซึ่งมีคำตอบอยู่ในตัว

“จากประสบการณ์ ที่ได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวเหล่านี้มามาก ทำให้ผมได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่เราจะเขียนให้ดีอย่างไรก็ตาม แต่เวลาปฏิบัติอาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นหลักของบ้านเมือง เป็นหลักที่จะบอกให้เรารู้ว่า อำนาจแต่ละฝ่ายมีมากน้อยเพียงใด เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการละเมิดอำนาจที่กำหนดไว้ บ้านเมืองจะมีปัญหา จึงเน้นย้ำเรื่องนี้ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญคือ โครงสร้างที่แท้จริงที่จะให้รู้ว่าขอบเขตอำนาจแต่ละฝ่ายมีเพียงใด” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวต่อว่า ต่อมาตนได้ใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 อยู่ได้ 10 ปีก็ล้มไปในปี 2549 ตนเป็นคนใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เป็นคนแรก ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เคารพกฎเกณฑ์บ้านเมือง แต่หลังจากนั้นก็มีปัญหาตามมา จนในที่สุดเกิดเหตุยึดอำนาจปี 2549 ด้วย 4 เหตุผล 1.มีพฤติกรรมทุจริตโกงกินอย่างรุนแรง 2.มีพฤติกรรมแตกแยกสามัคคี 3.มีพฤติกรรมแทรกแซงองค์กรอิสระ จนปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ และ 4.มีพฤติกรรมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จึงเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2550 คือปีแรกที่มีวรรคสอง  ในมาตรา 3 กฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับในมาตรา 3 จะเขียนคล้ายกัน คือ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภา อำนาจบริหารผ่านทางรัฐมนตรี อำนาจตุลาการผ่านทางศาล แต่รัฐธรรมนูญปี  2550 ได้เขียนวรรคสอง ให้อำนาจเหล่านั้นปฏิบัติภารกิจโดยยึดหลักนิติธรรม

“ผมฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับพวกเรา โดยเฉพาะประชาชนว่า หลักที่ว่าถ้าเราปกครองในระบอบประชาธิปไตย หลักนิติธรรม หลักกฎหมายเป็นหลักที่สำคัญที่สุด แต่ถ้าเราละเมิด ปัญหาจะเกิด ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งและเชิญชวนว่า เมื่อเรายุบสภา และเลือกตั้งใหม่ เรามาเริ่มตั้งแต่วันนี้ เราต้องรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัว ในเรื่องการเลือกตั้งที่สุจริต เพราะทั้งหมดมีที่มาว่าทำไมเราถึงมีการกระทำต่อหลักนิติธรรม คำตอบก็คือมันมีพฤติกรรมที่ผู้บริหารขาดความเข้าใจหลักนี้ ไม่เชื่อกฎหมายมองประโยชน์เป็นที่ตั้ง” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวอีกว่า สำหรับรัฐธรรมนูญปัจจุบัน “ฉบับปราบโกง” ตนเห็นด้วยกับสมาชิกว่าจริงๆ แล้วโกงก็ปราบรัฐธรรมนูญ ขยับไปตรงไหนก็มีปัญหาทุจริตโกงกินทุกหย่อมหญ้า บ่อนการพนันกระจายไปทั่วประเทศเพื่อหาเงินส่งส่วยให้นักการเมือง เพราะเกิดจากคุณภาพ ถ้าเรากลั่นกรองคนที่จะเข้ามาสู่ในกระบวนการประชาธิปไตยในฝ่ายไหนก็ตาม รวมถึงฝ่ายนิติบัญญัติของพวกเราได้ คนที่มีความสุจริต เที่ยงตรง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันก็อาจจะเกิดขึ้นน้อย ตนจึงรณรงค์ให้ทำเรื่องนี้ แต่ปัญหานี้ก็มีองค์กรที่ดูแล และสมาชิกก็อภิปรายวิจารณ์องค์กรที่ตรวจสอบการเลือกตั้งอย่างรุนแรง ทั้งหมดที่พูดไปก็เป็นความจริง

“ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่เราจะแก้ในอนาคต ถ้าเรามองข้ามความสำคัญของผู้ใช้รัฐธรรมนูญเราจะผิดพลาด และจะมีปัญหา กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ดี ที่เราจะมีต่อไปในอนาคตกับคนที่ดีต้องไปด้วยกัน ผมพูดในฐานะที่เห็นรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2511 ทั้งหมดที่เราเขียนมาดีแล้ว แต่ทำไมถึงยังมีปัญหา คำตอบคือผู้ใช้รัฐธรรมนูญ เราต้องคำนึงว่ากฎหมายที่ดีกับคนที่ดีนั้นจะต้องไปด้วยกันตลอดเวลา บ้านเมืองเราจึงจะพัฒนาไปได้ มีความเจริญรุ่งเรือง ระบบการปกครองของเราไม่ใช่ระบบล้มเหลว ระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่ใช่ล้มเหลว ที่เรามีปัญหาสะดุดหลายครั้ง หกล้มหลายครั้ง เพราะผู้ใช้กฎหมายของเราไม่เคารพกฎเกณฑ์กติกาเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก อย่างที่ไม่เคยเกิด ขอให้เราให้ความสำคัญกับเรื่องของคน ซึ่งจะมาทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบัญญัติก็เป็นผู้จัดตั้งฝ่ายบริหาร ถ้าองค์กรเหล่านี้มาจากเส้นทางที่ดีตลอดทางแต่ต้น เราจะได้องค์กรที่ดี และพัฒนาบ้านเมืองได้ไกล ตามที่ประชาชนทั้งประเทศของเรา ซึ่งเป็นเจ้าของอธิปไตยอย่างแท้จริงคาดหวังไว้” นายชวน กล่าว.