สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า ทาคาอิจิ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ไม่ค่อยสนใจที่จะวางกรอบการเป็นผู้นำโดยอิงกับเรื่องเพศ และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ แม้เธอให้คำมั่นว่าจะเพิ่มตัวแทนของผู้หญิงก็ตาม

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ “อาซาฮิ ชิมบุน” และสื่ออื่น ๆ จำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น 1,285 คน ที่เริ่มการรณรงค์หาเสียง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นผู้หญิงในสัดส่วน 24% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด แต่ตัวเลขข้างต้นเพิ่มขึ้นเพียง 1% จากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้ว

อนึ่ง รัฐบาลโตเกียวกำหนดเป้าหมายในปี 2563 ว่าจะมีผู้หญิงลงสมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น ในสัดส่วน 35% ภายในปี 2568 ทว่าทางการยังไม่มีการประกาศเป้าหมายใหม่

“การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของทาคาอิจิ ดูเหมือนจะไม่กระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งหญิงอย่างมีนัยสำคัญ” นางยูกิ สึจิ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตไก และผู้สันทัดกรณีด้านการเมือง กล่าว

ด้านสำนักข่าวจิจิ เพรส รายงานว่า สัดส่วนผู้สมัครหญิงในพรรคแอลดีพีของทาคาอิจิ อยู่ที่ 12.8% ซึ่งลดลงมากกว่า 3% นับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด

ขณะเดียวกัน สึจิกล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านของญี่ปุ่นก็ไม่ได้เน้นย้ำเรื่องผู้สมัครรับเลือกตั้งหญิง ที่อาจเป็นข้อได้เปรียบของพรรค พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า การที่ทาคาอิจิยุบสภาอย่างกะทันหันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้ ส่งผลให้มีเวลาน้อยมากในการคัดเลือกและส่งผู้สมัครอย่างรอบคอบ และอาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้จำนวนผู้สมัครหญิงไม่เพิ่มขึ้นมากนัก.

เครดิตภาพ : REUTERS