หลังจากวานนี้ (18 ส.ค.) เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดซึ่งเป็นผู้รับเรื่องคำขอออกใบแทนโฉนดจากผู้จัดการมรดก ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีในข้อหาให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน โดยพนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ดินทั้ง 2 ราย ระบุว่า ไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ เมื่อมีผู้ยื่นคำขอและมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ก็ต้องรับเรื่องตามขั้นตอน หากไม่รับเรื่องอาจกลายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ส.ค. 2569 พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังนายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่ผู้รับคำร้อง เดินทางเข้าแจ้งความกรณีนางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี ยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 61945 โดยอ้างว่าโฉนดสูญหาย แต่ภายหลังพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้นำโฉนดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้แล้ว และได้สอบปากคำเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ที่ดินทั้ง 2 ราย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ ได้แก่ เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ซึ่งเป็นผู้รับเรื่องและสอบถ้อยคำ รวมถึงหัวหน้างานซึ่งเป็นผู้ลงนามให้ดำเนินการตามขั้นตอน
“เจ้าพนักงานที่ดินทั้ง 2 ท่านได้ให้ปากคำไว้แล้ว จากนี้พนักงานสอบสวนจะตรวจพิสูจน์หลักฐานที่ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดนำมามอบให้ รวมถึงตรวจสอบพยานแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงจะพิจารณาออกหมายเรียกนางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดก มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ จึงอาจใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์” พ.ต.อ.ยศวัจน์กล่าว
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากมีลายมือชื่อของผู้ถูกร้องอยู่ในเอกสาร นอกจากนี้จะมีการเรียกพยานอีก 2 คน ซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในเอกสาร มาสอบสวนเพื่อยืนยันรายละเอียดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการลงลายมือชื่อดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับการประสานจากนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ตามที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าจะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก โดยหมายเรียกครั้งที่ 1 กำหนดวันที่ 27 ส.ค. ที่จะถึงนี้ หากยังไม่มาพบตามกำหนด จะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เนื่องจากเจ้าพนักงานที่ดินเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงสามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ได้ ส่วนจะตั้งข้อกล่าวหาใด เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดตามมาตราใด
นายพงษ์สุวัจน์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งความในข้อหาให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เนื่องจากเจ้าพนักงานที่ดินถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นอาจเข้าข่ายความผิด 2 มาตรา ได้แก่ การให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และกรณีการแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ตามมาตรา 267 ทั้งนี้ การพิจารณาฐานความผิดที่ชัดเจนเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน หลังจากดำเนินการสอบสวนแล้วเสร็จ
“จากนี้จะมีการเรียกพนักงานของกรมที่ดินทั้ง 2 ท่านที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน โดยการกระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จเกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิ์ ซึ่งปฏิบัติงานที่หน้าเคาน์เตอร์ เป็นผู้รับถ้อยคำและจดบันทึกถ้อยคำตามที่ผู้ขอแจ้ง จากนั้นนำเสนอต่อหัวหน้างาน ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและสั่งรับคำขอประกาศออกใบแทน จึงเสมือนว่าได้เชื่อตามบันทึกถ้อยคำดังกล่าวแล้ว”
นายพงษ์สุวัจน์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 รายจึงถือเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องพิจารณาอีกครั้งว่าผู้ที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์อยู่ในข่ายเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้สามารถดำเนินคดีได้ หากพิจารณาแล้วไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายก็จะไม่สามารถดำเนินคดีได้ โดยองค์ประกอบสำคัญอยู่ที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นผู้รับถ้อยคำจากผู้ขอออกใบแทนโฉนดและอาจได้รับถ้อยคำอันเป็นเท็จ
นายพงษ์สุวัจน์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ที่ดินทั้ง 2 รายที่รับผิดชอบเอกสารฉบับนี้ไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามระเบียบและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้ดำเนินการนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ ส่วนผลการดำเนินคดีจะเป็นอย่างไร ขณะนี้เรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนแล้ว และเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 รายยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ



