เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่ม สว.สำรอง พร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาสำรอง หรือ สว.สำรอง พร้อมอดีตกลุ่มผู้สมัคร สว. เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้เร่งรัดสรุปและส่งสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งดำเนินการสอบสวนโดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไปยังอัยการคดีพิเศษโดยเร็ว โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

โดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่ม สว.สำรอง เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนต้องการเดินทางมาติดตามความคืบหน้าการทำสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ติดตามข่าวสารและทราบข้อมูลว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สรุปสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว สว. ไปแล้ว 8 ราย แต่อัยการคดีพิเศษได้ตีกลับสำนวนมาให้สอบสวนเพิ่มเติม ก่อนที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จะออกมาให้สัมภาษณ์และย้ำบ่อยครั้งว่าการทำคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษจะต้องรอให้กระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ดำเนินการเสร็จสิ้นก่อนจึงจะสามารถดำเนินการต่อได้ ซึ่งตนมองว่าไม่จำเป็น และกรมสอบสวนคดีพิเศษสามารถดำเนินการทำสำนวนคดีควบคู่ไปด้วยได้

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ ยืนยันว่าที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เร่งติดตามความคืบหน้าคดีมาโดยตลอด ซึ่งประเด็นที่อัยการคดีพิเศษได้พิจารณาให้มีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทางดีเอสไอก็ได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อย แต่การจะสรุปส่งสำนวนไปยังอัยการคดีพิเศษนั้น อย่างไรก็ต้องรอสำนวนของทาง กกต. มาประกอบด้วยจึงจะสามารถดำเนินการได้
ทั้งนี้ โฆษกดีเอสไอ ยังกล่าวว่า สำหรับกรอบเวลาที่จะดำเนินการส่งสำนวนไปยังอัยการคดีพิเศษนั้น ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดเวลา แต่หากได้รับสำนวน หรือผลของคณะไต่สวน กกต. ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 มาประกอบแล้ว ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงจะนำข้อมูลที่ได้มาพิจารณาเพื่อนำหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดรวมไปในสำนวนเพื่อส่งให้อัยการคดีพิเศษดำเนินการต่อไป.



