วานนี้ (18 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศเผยผลการสำรวจความคิดเห็นครั้งใหญ่ในสหราชอาณาจักรโดยนิตยสารรายสัปดาห์ทางการเมืองและวัฒนธรรม “นิว สเตทส์แมน” ซึ่งเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกตะลึงว่า หญิงสาวในรุ่นเจนซีมีมุมมองต่อเพศตรงข้ามในเชิงลบมากกว่าผู้ชายรุ่นเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด โดยพบว่าผู้หญิงอายุต่ำกว่า 30 ปีถึง 21% มีมุมมองด้านลบต่อผู้ชาย ซึ่งสูงกว่าฝั่งผู้ชายที่มีมุมมองลบต่อผู้หญิง (มีเพียง 7%) ถึงเกือบสี่เท่า ยิ่งในกลุ่มผู้หญิงอายุต่ำกว่า 25 ปี ตัวเลขผู้ที่มีมุมมองเชิงลบต่อผู้ชายยิ่งพุ่งสูงถึง 27% ขณะที่มีเพียง 35% เท่านั้นที่มองผู้ชายในแง่ดี
ตัวแทนหญิงสาวคนหนึ่งให้เหตุผลถึงมุมมองเชิงลบนี้ว่า พวกเธอไม่ได้มองว่าผู้ชายเป็นคนเลว แต่รู้สึกรับไม่ได้ที่ผู้ชายมักปฏิเสธที่จะตักเตือนเพื่อนในกลุ่มเมื่อมีการทำตัวไม่เหมาะสม และทำให้ผู้หญิงในกลุ่มรู้สึกอึดอัด รวมทั้งหัวเราะขำมุกตลกที่เหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ หรือเหยียดกลุ่มความหลากหลายทางเพศ
นอกจากนี้ ผลโพลยังชี้ว่ากลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่มีแนวคิดทางการเมืองที่ “เอียงซ้าย” ที่เน้นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิมนุษยชนมากกว่าผู้ชายอย่างมาก และมีแนวโน้มสูงมากที่จะไม่ยอมคบหาหรือแม้แต่เป็นเพื่อนกับคนที่มีอุดมการณ์ต่างกัน
ข้อมูลที่รวบรวมได้บ่งชี้ว่า อินเทอร์เน็ตมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อปรากฏการณ์นี้ โดยผู้หญิงที่ใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน มักจะซึมซับแนวคิดฝั่งซ้ายแบบสุดขั้วเกี่ยวกับการทำแท้ง วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระบบสังคมนิยม
ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1 ใน 4 หรือ 74% ของกลุ่มหญิงสาวทั้งหมดระบุว่า การที่คนรักมีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกันถือเป็นสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ทัศนคติต่อประธานาธิบดีทรัมป์ หรือเรื่องความยุติธรรมทางสังคม ซึ่งกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเลือกคู่รัก
แม้ว่าปัจจุบันผู้หญิงรุ่นใหม่ในสหราชอาณาจักรจะมีอัตราการทำงานเต็มเวลาสูงกว่าผู้ชาย และมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าผู้ชายรุ่นเดียวกันถึง 9% แต่ผลสำรวจกลับพบว่าพวกเธอกลับมีความรู้สึก “มีความสุข” “มีความทะเยอทะยาน” หรือ “รู้สึกว่าชีวิตได้รับการเติมเต็ม” น้อยกว่า และมองอนาคตของชีวิตตัวเองในแง่ร้ายมากกว่าผู้ชาย
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



