ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี โชว์ฟอร์มสด หลังบุกไปถล่ม คริสตัล พาเลซ ยับคาบ้าน 4-1 ทำสถิติออกสตาร์ตด้วยการเก็บชัย 2 นัดรวด ผงาดขึ้นนำเป็นจ่าฝูงเรียบร้อย

เกมนี้ แมนฯ ซิตี บุกมานำก่อน 1-0 เมื่อ อองตวน เซเมนโย เปิดบอลให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ขึ้นโขกเข้าไปในนาทีที่ 17 ซึ่งนับเป็นประตูแรกของ กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ ในฤดูกาลนี้ด้วย

ครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี ยังครองบอลบุกได้มากกว่า และนำห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 54 จากจังหวะที่ รายาน แชร์กี โชว์ลีลาลากบอลแหวกแนวรับ พาเลซ ก่อนจะดีดผ่านตัว ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารเจ้าถิ่น เข้าไปอย่างเหนือชั้น

ทว่า พาเลซ ก็ตีไข่แตกไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 ได้ทันควัน เมื่อ เยเรมี ปิโน ปั่นฟรีคิกไปชนคานก่อนจะกระดอนลงมาชนเสา และชิ่งไปโดนหลัง จานลุยจิ ดอนนารุมมา นายทวารแมนฯ ซิตี เข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 56

จากนั้นนาทีที่ 59 แชร์กี แผลงฤทธิ์อีกครั้ง เมื่อพาบอลแหวกผู้เล่นพาเลซ ก่อนจะยิงไกลเข้าไปอย่างสุดสวยส่งให้ แมนฯ ซิตี นำห่าง 3-1

กระทั่งนาทีที่ 84 ฟิล โฟเดน จึงไหลบอลให้ ฮาลันด์ ตะบันมุมแคบเป็นประตูย้ำชัยให้ แมนฯ ซิตี บุกมาถล่ม คริสตัล พาเลซ ยับคาบ้าน 4-1 มี 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัดนำเป็นจ่าฝูง ส่วน “ปราสาทเรือนแก้ว” แพ้รวด 2 นัดไม่มีแต้มรั้งอันดับบ๊วย.

ภาพ REUTERS