สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ส่งหนังสือถึง ฝ่ายผู้ตัดสินของ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เรียกร้องให้พิจารณาและตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน จากเหตุการณ์จังหวะปะทะรุนแรงในเกมที่ทีมชาติไทย พบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในฟุตบอลอายุไม่เกิน 20 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2027 รอบคัดเลือก เมื่อ 31 ส.ค.69 ที่ ชลบุรี สเตเดียม

จังหวะแรก เกิดขึ้นระหว่างเกม ซาเลม ยาคูต ของยูเออี กระโดดและเหยียดเท้าเข้าใส่บริเวณเท้าของ ณฐกร รัตนสุวรรณ ลักษณะการเล่นดังกล่าวมีความรุนแรงและมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บรุนแรงแก่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม

จังหวะที่สอง เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+6 เมื่อผู้รักษาประตูทีมชาติ ยูเออี โจชัว เบนท์ลีย์ ออกมาเล่นบอลในจังหวะที่ลูกบอลลอยอยู่ในระดับสูงบริเวณศีรษะ มีการยกเท้าหรือเข่าขึ้นสูงขณะกระโดด จนเกิดการปะทะกับผู้เล่นทีมชาติไทย ส่งผลให้ผู้เล่นทีมชาติไทยได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน โดยไม่มีการเป่าฟาวล์หรือบทลงโทษในจังหวะดังกล่าว

ทั้งนี้ สมาคมฯ ยืนยันว่า การยื่นเรื่องดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในเกมดังกล่าวได้ทำตามกติกาอย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะในจังหวะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของนักกีฬา ซึ่งควรได้รับการดูแลและให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และเพื่อให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความยุติธรรม โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานของการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในเรื่องของความปลอดภัยของผู้เล่นและมาตรฐานการตัดสินต่อไป

ขณะเดียวกัน เอเอฟซี ส่งจดหมายเวียนถึงทีมงานผู้ตัดสิน ที่ทำหน้าที่ในทุกสนาม เน้นย้ำอย่างเด็ดขาดให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่เป็นไปตามมาตรฐาน กำชับให้ทุกคนต้องกล้าตัดสินใจ ในจังหวะสำคัญเพื่อปกป้องความปลอดภัยของนักเตะ ปกป้องภาพลักษณ์ของการแข่งขัน

นอกจากนี้ เอเอฟซี ยังเรียกร้องให้ผู้ที่มีข้อผิดพลาดในการตัดสิน นำบทเรียนมาทบทวนเพื่อปรับปรุงและยกระดับมาตรฐานการทำหน้าที่ในทุกนัดต่อไป