เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 ก.ย.นายพงศ์จิตต์ รวีกิจสัมฤทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับมอบหมายจากนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยน.ส.สุกัญญา เรืองมีผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ นายยุทธพน นาคจรุง สถาปนิกโยธาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.เตชิด เขื่อนหมั่น สวป.อุทัย นายอธิรัช ฤทธิชัย กำนันตำบลธนู นายกิตติศักดิ์ วาทะพุกกณะ นายกอบต.ธนู และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบสะพานลอยข้ามถนนโรจนะขาออก หน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ ตำบลธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากที่รับร้องเรียนจากประชาชน โดยเฉพาะนักศึกษาและพนักงานโรงงานที่ใช้สะพานดังกล่าว เนื่องจากมีการก่อสร้างซุ้มประตูปิดบังสะพานจนมองไม่เห็นสะพาน ที่สำคัญคือเมื่อประชาชนขึ้นไปแล้ว คนข้างล่างไม่สามารถมองเห็น อีกทั้งยังพบว่ามีคนเร่ร่อน และคนติดยาเสพติดแอบขึ้นมานอน และพยายามก่อเหตุบ่อยครั้ง

นายพงษ์จิตร์ พร้อมด้วยช่างโยธาธิการจังหวัดฯ อบต.และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขึ้นไปเดินสำรวจ ซึ่งพบว่าสะพานลอยดังกล่าวมีความทึบอับ ปิดกั้นจนมองไม่เห็นคนข้างล่าง หรือหากเกิดเหตุร้ายก็ไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือ หรือคนข้างล่างมองไม่เห็น โดยเฉพาะเวลากลางคืนก็ยิ่งมืด ไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ประชาชนและพนักงานโรงงานที่ต้องใช้เดินข้ามถนนยอมที่จะเดินข้างล่างข้ามถนน 8 เลน จนเคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว

เบื้องต้นนายพงษ์จิตร ชี้แจงว่าสะพานดังกล่าวใช้งบกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 สมัยนายประยูร รัตนเสนีย์ เป็นผวจ.พระนครศรีอยุธยา ทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเป็นหน่วยที่ดำเนินการ ขออนุญาตจากกรมทางหลวงในการสร้าง ใช้งบกว่า 5 ล้าน มีที่นี่ บางปะหัน และไผ่กองดิน เป็นซุ้มอัตตลักษณ์จังหวัดซึ่งยังไม่ได้มีการส่งมอบให้ท้องถิ่นยังไม่ขึ้นทะเบียนทรัพย์สิน ซึ่งยังไม่ได้มีการส่งมอบโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงไม่มีการดูแล ซึ่งจากการร้องเรียนพบว่าไม่ปลอดภัยจริง มีการปิดทึบจริง เบื้องต้นได้ให้แจ้งขึ้นทะเบียนทรัพย์สินกับธนารักษ์ แล้วให้ท้องถิ่น จากนั้นให้ทางโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาในการดำเนินการซ่อมแซม กลุ่มยุทธศาสตร์ภาคกลางตอนบนจะเป็นผู้ดำเนินการให้โยธาแก้ปัญหานี้ ซึ่งแนวทางน่าจะรื้อในส่วนที่บดบังออก เบื้องต้นคงต้องเร่งติดตั้งแสงสว่าง ติดตั้งกล้องวงจรปิดไปก่อน และตำรวจได้ติดตั้งตู้แดงมาดูแลเข้มงวดมากขึ้น

ทางด้านตำรวจ พ.ต.ท.เตชิด ยืนยันว่าเป็นจุดอันตรายที่ตำรวจได้เพิ่มความเข้มงวด ด้วยการมาตรวจถี่ขึ้น อีกทั้งยังได้มีการติดตั้งตู้แดง ตนก็มีความเห็นให้รื้อถอนส่วนบดบังออก เพื่อให้ประชาชนรู้สึกสบายใจ และปลอดภัยมากขึ้น เช่นเดียวกับทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดฯ เปิดเผยว่า แนวโน้มหลังจากนี้คงจะต้องมีการรื้อถอนออกโดยเร็ว ขณะที่ชาวบ้านซึ่งมาสังเหตุการณ์ รวมทั้งกำนันท้องที่ก็ยืนยันว่า สะพานดังกล่าวไม่ปลอดภัย และเคยมีคนเร่ร่อน คนติดยามานอนหลบอยู่ สร้างความหวาดกลัวอย่างมาก ซึ่งหากรื้อถอนสิ่งบดบังก็จะทำให้ประชาชนสบายใจขึ้น