เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 6 พ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงระยะเวลาเริ่มโอนจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมลอตแรกให้กับประชาชน หลังสภา กทม.เห็นชอบร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 1,139,273,100 บาท โดยจ่ายจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานคร เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ กทม.ว่า

“คงรอมติจากสภา กทม.กลับมา และออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นข้อบัญญัติ คาดว่าอาจจะใช้เวลาซักระยะ ส่วนเรื่องการเยียวยาจะต้องดำเนินการตรวจสอบข้อมูลต่อไป เชื่อว่าไม่เกิน 1 เดือนจะเริ่มมีการโอนเงินบางส่วน เงินที่รับมาก้อนนี้ไม่ต้องตรวจสอบมากเพราะเป็นเงินจ่ายตามระเบียบของกรุงเทพมหานคร ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความเสียหาย”

ส่วนกรณีที่ประชาชนไปรอต่อคิวขอเงินเยียวยาที่สำนักงานเขตบางกะปิเป็นจำนวนมาก นายชัชชาติ กล่าวว่า ขออย่าไปต่อคิวก่อน เพราะ กทม.ขยายเวลาการยื่นขอเยียวยาไปถึง 30 พ.ย.นี้ การไปต่อคิวของประชาชนตั้งแต่เวลา 23.00 น. เป็นเวลานอกราชการ ซึ่งไปต่อกันเอง จึงขอให้ทยอยกันไป ซึ่งแต่ละสำนักงานเขตได้เปิดให้ประชาชนวอล์กอินด้วย และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเวลา 08.00 น. เรามีเวลาไม่ต้องรีบ

“ที่ไปจองกันตั้งแต่ห้าทุ่ม เราคงไปห้ามไม่ได้แต่ก็ไม่จำเป็น เพราะเวลามีจนถึงปลายเดือน ขอให้ทยอยกันไป” นายชัชชาติ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ประชาชนกังวลเนื่องจากไม่สามารถส่งเอกสารผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐได้ นายชัชชาติ กล่าวว่า แต่เชื่อว่าหลังจากนี้คนจะทยอยน้อยลง เพราะที่ผ่านมามีคนยื่นขอผ่านแอปทางรัฐไปแล้วประมาณล้านกว่าคน จึงขออย่าตื่นตระหนกเพราะยังมีเวลาอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปี พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 69 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 1,139,273,100 บาท โดยจ่ายจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานคร เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

โดย นายฉัตรชัย หมอดี สก.เขตบางนา ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ รายงานต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้พิจารณารายละเอียดของงบประมาณรายจ่ายโดยรับฟังความจำเป็นของหน่วยงานอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งมีมติปรับแก้ไขชื่อโครงการเป็น “โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ทั้งนี้ การปรับแก้ไขชื่อโครงการดังกล่าว เพื่อระบุวัตถุประสงค์การใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจนและตรงกับหลักการที่สภาอนุมัติ โดยให้นำวงเงิน 1,139 ล้านบาท (ซึ่งคำนวณจากข้อมูลประเมินความเสียหายเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชัน เคลมบางกอก และ ทางรัฐ) ไปใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาโดยเฉพาะ ป้องกันไม่ให้นำงบประมาณไปใช้จ่ายในส่วนอื่นที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์หลัก

นอกจากนี้ คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. รายการประเมินค่าวัสดุที่เสียหาย ราคาต่อหน่วย (อ้างอิงราคาจากกระทรวงพาณิชย์ กรุงเทพมหานครและตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง) กรุงเทพมหานครควรจ่ายค่าวัสดุที่ได้รับความเสียหายตามราคาตลาดปัจจุบัน 2. หลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินเยียวยา ควรกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินให้มีความชัดเจน โปร่งใส และเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่.