สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เปิดเผยว่า นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ และนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ หารือผ่านทางโทรศัพท์กับนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน และประธานคณะกรรมการกิจการการเงินและเศรษฐกิจกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยเรียกร้องให้จีนปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกัน ที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้ เมื่อเดือน พ.ย. 2568 อย่างครบถ้วน


เกรียร์ย้ำว่า จีนจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการซื้อสินค้าเกษตร การส่งมอบแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญ พร้อมระบุว่า รัฐบาลสหรัฐจะติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลง เพื่อสร้างประโยชน์ระยะยาวแก่เกษตรกร ผู้ผลิต และแรงงานชาวอเมริกัน


ด้านเบสเซนต์กล่าวว่า เน้นย้ำให้จีนปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างเต็มที่และทันที พร้อมแสดงความกังวลต่อการดำเนินการบางประการของรัฐบาลปักกิ่ง โดยสหรัฐจะประเมินความคืบหน้าจากผลการปฏิบัติจริง


อนึ่ง ข้อตกลงการค้าปูซานซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 10 ม.ค. 2570 กำหนดเพดานภาษีสินค้าจีนที่สหรัฐเรียกเก็บในสมัยทรัมป์ไว้ที่ประมาณ 20% ขณะที่จีนให้คำมั่นว่าจะซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ 25 ล้านตันต่อปี เป็นเวลา 3 ปี และเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรอื่น ๆ ของสหรัฐอีก 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 570,349.60 ล้านบาท)


อย่างไรก็ตาม จีนส่งสัญญาณว่าการลดภาษีระหว่างกันยังเป็นเงื่อนไขสำคัญ โดยกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า พร้อมพิจารณาซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้น หากทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงลดภาษีตอบแทนซึ่งกันและกัน


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน มีกำหนดพบกันอีก 2 ครั้งในช่วงปลายปีนี้ ได้แก่ การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่เมืองเซินเจิ้น ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. และการประชุมสุดยอดผู้นำจี 20 ที่เมืองไมอามี ระหว่างวันที่ 14-15 ธ.ค. โดยประเด็นการค้าและการลดภาษียังคงเป็นหัวข้อสำคัญในการเจรจาระหว่างสองประเทศ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS