เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี (กกต.นนทบุรี) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน และในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลเมืองบางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้เดินทางมาพบผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ถ้อยคำประกอบคำร้อง ภายหลังจากที่ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ตรวจสอบและมีคำสั่งเพิกถอนการรับสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบางพลับ หมายเลข 3
นายศรีสุวรรณ เปิดเผยว่า คำร้องดังกล่าวสืบเนื่องจากผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบางพลับ หมายเลข 3 ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรี เคยถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและอัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 กระทั่งศาลมีคำพิพากษาจำคุก 9 ปี และถูกนำตัวไปจำคุกตามหมายศาลเป็นเวลา 1 วัน ก่อนได้รับการประกันตัว ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบางพลับ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ กกต. ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบางพลับใหม่ขึ้น ในวันที่ 22 พ.ย. 2569 นี้

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า แต่ปรากฏว่าอดีตนายกเทศมนตรีคนดังกล่าว กลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง ทั้งที่อาจเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 48 เบญจ (3) และ (4) ประกอบ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50 (6) (8) (23) (24) และ (25) ที่ห้ามบุคคลซึ่งต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือเคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติมิชอบในวงราชการ มาลงสมัครรับเลือกตั้ง
“เมื่อผู้สมัครรายนี้ฝ่าฝืนกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่ของ กกต.จังหวัดนนทบุรี ที่จะต้องเร่งสอบสวนและใช้อำนาจตามมาตรา 56 ของกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อสั่งเพิกถอนการรับสมัครก่อนถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ย. นี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและประชาชน รวมถึงต้องแจ้งความดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 120 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดถึง 20 ปีด้วย” นายศรีสุวรรณ กล่าว



