ท่ามกลางความกังวลของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทว่า เม็ดเงินจำนวนมหาศาลกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) มากเกินไป เกาหลีใต้กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุนดังกล่าวอย่างโดดเด่น และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอกำลังจะหมดแรง อย่างไรก็ตาม ความรุ่งเรืองครั้งนี้ไม่ได้กระจายไปถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนความร้อนแรงของเกาหลีใต้ โดยตัวเลขชี้วัดสำคัญด้านการส่งออกในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์พุ่งขึ้นถึง 260% และการส่งออกคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประเมินว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศในปีนี้อาจสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 33.5 ล้านล้านบาท ) ส่งผลให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่ 4 ของโลก ต่อจากสหรัฐ จีน และเยอรมนี ที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกินระดับดังกล่าว
นอกจากนี้ เงินวอนยังกลายเป็นสกุลเงินซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในเอเชียเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ หลังเผชิญแรงกดดันมาอย่างยาวนาน
South Korea is an AI winner. But the boom is masking weak consumption, demographic decline and fading advantages in older industries, writes @Moss_Eco https://t.co/YWy0XPAuE6
— Bloomberg Opinion (@opinion) November 5, 2026
การคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ของเกาหลีใต้ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่โดดเด่นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลกครั้งล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) โดยกระแสเอไอยังช่วยให้เกาหลีใต้ได้รับความสนใจในฐานะมหาอำนาจด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี นอกเหนือจากภาพจำด้านดนตรี ภาพยนตร์ และอาหารที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
กระแสเอไอไม่ได้ส่งผลดีเฉพาะเกาหลีใต้ เพราะความต้องการชิปประมวลผลยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ขณะที่จีนเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนจึงเริ่มแบ่งประเทศเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกออกเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากกระแสเอไอ โดยอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์มีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ส่วนไทยซึ่งมีฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะด้าน อาจยังประคองตัวไปได้ตามศักยภาพเดิม
จุดแข็งสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน คือการมีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่างเอสเค ไฮนิกซ์ และซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เพียงได้รับประโยชน์จากความต้องการชิปสำหรับระบบเอไอที่เพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถนำรายได้และโอกาสทางธุรกิจกลับมาขยายการลงทุนภายในประเทศ ส่งผลให้เกาหลีใต้ได้ประโยชน์ทั้งจากการส่งออก และการใช้จ่ายลงทุนของภาคเอกชน
อย่างไรก็ตาม ภาพเศรษฐกิจที่สดใสไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะมีความเป็นอยู่ดีขึ้นตามไปด้วย โดยการบริโภคภาคครัวเรือนในไตรมาสที่ผ่านมา กลับหดตัวลง แม้จีดีพีจะขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ความเชื่อมั่นของภาคการผลิตยังสูงกว่าภาคธุรกิจอื่นอย่างชัดเจน
ขณะที่ภาระหนี้ครัวเรือน ความกระตือรือร้นในการลงทุนตลาดหุ้นที่เริ่มลดลง และการฟื้นตัวของตลาดแรงงานที่ไม่ทั่วถึง ล้วนเป็นปัจจัยกดดันการใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะเมื่ออัตราการว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาวเพิ่มสูงขึ้น
ดัชนีตลาดหุ้นคอสปีปรับตัวขึ้นประมาณ 30% ตั้งแต่ต้นปี แม้ก่อนหน้านี้จะเคยทะยานขึ้นถึง 100% และเริ่มเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรงในบางวัน สะท้อนว่าความคาดหวังต่ออุตสาหกรรมเอไออาจสร้างความร้อนแรงให้ตลาดทุนมากกว่าที่เศรษฐกิจภาคประชาชนจะรองรับได้
นอกจากความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจแล้ว เกาหลีใต้ยังมีความท้าทายระยะยาวจากปัญหาประชากรเกิดใหม่ในระดับต่ำ โดยอัตราการเจริญพันธุ์ยังอยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดของประเทศอุตสาหกรรม และต่ำกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ
ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น ( บีโอเจ ) เตือนว่า การหดตัวของจำนวนประชากรจะทำให้ญี่ปุ่นรักษาการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกาหลีใต้อาจต้องเผชิญในอนาคตเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง การแข่งขันจากจีนกำลังบั่นทอนความได้เปรียบทางอุตสาหกรรมดั้งเดิมของเกาหลีใต้ ทั้งแบตเตอรี่ การต่อเรือ และปิโตรเคมี หากกระแสเอไอเริ่มชะลอตัวลง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนหรือหลายปีข้างหน้า เกาหลีใต้อาจต้องกลับไปพึ่งพาอุตสาหกรรมที่ความสามารถในการแข่งขันกำลังลดลง และอาจตามมาด้วยการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก
ความรุ่งเรืองจากเอไอจึงเป็นทั้งโอกาสและบททดสอบของเกาหลีใต้ เพราะแม้ประเทศจะสร้างความแข็งแกร่งด้านการส่งออกและเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน แต่ความสำเร็จในระดับมหภาคไม่ได้รับประกันว่า ประชาชนทุกกลุ่มจะได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วถึง เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง “ชนชั้นปรสิต” ( Parasite ) ของผู้กำกับบง จุน-โฮ ที่สะท้อนช่องว่างระหว่างผู้มั่งคั่งกับผู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสังคมเกาหลีใต้
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเกาหลีใต้จะสามารถเกาะกระแสเอไอได้นานเพียงใด แต่คือเมื่อความรุ่งเรืองครั้งนี้สิ้นสุดลง ประเทศจะรับมือกับความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม และประชากรที่ลดลงอย่างไร ก่อนที่ปรากฏการณ์ “Korea Shock” หรือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจจากเกาหลีใต้ จะกลายเป็นคำที่ผู้คนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



