วานนี้ (6 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ลุ้นระทึกกลางป่า เมื่อหญิงสาวชาวออสเตรเลียจากรัฐควีนส์แลนด์พบลูกโคอาลาที่กำลังตกอยู่ระหว่างความเป็นความตายขณะที่เธอกำลังพาสุนัขเดินเล่นผ่านพื้นที่ป่า 

หญิงสาวซึ่งในรายงานข่าวระบุเพียงชื่อว่า “เนลล์” เล่าว่า เธอเห็นงูหลามตัวหนึ่งเลื้อยรัดลูกโคอาล่าาอย่างแน่นหนา โดยมีแม่โคอาลากำลังพยายามช่วยชีวิตลูกของมันอย่างสุดชีวิต

“แม่โคอาลาที่น่าสงสารใช้เล็บข่วนงูหลามเพื่อหาทางช่วยลูกให้หลุดออกมา ส่วนเจ้าลูกโคอาลามองหน้าฉันตรงๆ ตอนนั้นฉันเห็นแต่สีหน้ามันที่แสดงความตื่นตระหนก” เนลล์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว “วินาทีนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรเลย โยนโทรศัพท์ลงพื้นแล้วพุ่งเข้าไปจับทั้งคู่แยกออกจากกันทันที ฉันไม่รู้ว่ามันถูกรัดมานานแค่ไหนแล้ว เพราะเวลาในการช่วยชีวิตมีจำกัดมาก ก่อนที่งูหลามจะทำร้ายมันจนกระดูกหัก อวัยวะภายในเสียหาย หรือขาดอากาศหายใจ”

ทั้งที่ยังมีสุนัขผูกติดอยู่กับตัว เนลล์พยายามดึงงูหลามออกจากลูกโคอาลา และแยกสัตว์ทั้งสองออกจากกันได้อย่างปลอดภัยในที่สุด และส่งคืนให้แม่ของมัน ก่อนที่สองแม่ลูกจะรีบปีนขึ้นต้นไม้ไปตระกองกอดกันด้วยความโล่งอก

“ฉันดีใจมากที่เรื่องนี้จบแบบมีความสุข ภาพที่เห็นลูกโคอาลากับแม่กอดกันมันคือความสุขที่แท้จริง” เธอเล่า

ขณะเดียวกัน ตัวงูหลามก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จากเหตุการณ์อลหม่านครั้งนี้

“งูไม่ได้เป็นผู้ร้ายในเรื่องนี้นะคะ มันก็แค่ทำตามสัญชาตญาณเมื่อมีโอกาสในป่าที่สภาพแวดล้อมถูกทำลายจนเสื่อมโทรม” เนลล์กล่าว

เมื่อเธอแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์น่าพรั่นพรึงนี้ลงบนโซเชียล เธอทำไปด้วยความหวังว่าจะช่วยปลุกกระแสการตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ คลิปวิดีโอดังกล่าวกลายเป็นไวรัล มียอดเข้าชมหลายล้านครั้ง พร้อมคอมเมนต์นับพันที่ชื่นชมในความกล้าหาญของเนลล์ ขณะที่บางฝ่ายมองว่าควรปล่อยให้เป็นเรื่องของ “กฎแห่งธรรมชาติ” ของสัตว์ที่ต้องล่าเหยื่อ 

เนลล์กลับเชื่อว่านี่ไม่ใช่เรื่องของวัฏจักรธรรมชาติทั่วไป แต่อาจเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้กับสัตว์ทั้งสองฝ่าย

“งูหลามตัวนี้แรงเยอะพอจะรัดโคอาลาตายได้ แต่ตัวมันเล็กเกินกว่าจะกลืนโคอาลาลงท้องได้จริงๆ ฉันคิดว่ามันแค่ฉวยโอกาสและประเมินมื้ออาหารเกินตัวไปหน่อย ปกติงูหลามสามารถอดอาหารได้หลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนๆ และยังมีแหล่งอาหารอื่นที่มีขนาดเหมาะสมกว่านี้ให้มันเลือกกินอีกเยอะ” เธอชี้แจง

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ปัจจุบันโคอาลาถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ ซ้ำยังมีอัตราการขยายพันธุ์ที่ช้ามาก ภาพที่เนลล์เห็นจึงไม่ใช่แค่โคอาลาตัวหนึ่งกำลังลำบาก แต่เป็นภาพสะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น

“พวกมันต้องเผชิญความท้าทายรอบด้านที่ทำให้สายพันธุ์นี้เปราะบางอยู่แล้ว” เธอกล่าว “และปัญหาทั้งหมดก็มีรากมาจาก ‘การทำลายถิ่นที่อยู่’ ส่งผลให้พวกมันต้องเดินข้ามถนนจนถูกรถชน ต้องระเห็จไปอยู่ในเขตเมือง เสี่ยงต่อการถูกล่า และขาดแคลนแหล่งอาหาร เพราะพวกมันกินอาหารที่เฉพาะเจาะจงซึ่งไม่สามารถกินอย่างอื่นแทนได้ ไหนจะเจอไฟป่า โรคระบาด การย้ายถิ่น และอีกสารพัดปัญหา”

เธอหวังว่าคนที่ได้ชมคลิปนี้จะเกิดแรงบันดาลใจในการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร และร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องไปยังหน่วยงานรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อให้โคอาลาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : IG / behappy.golucky