ชัดเจนในเลนส์เรามาแต่ไหนแต่ไรสุดๆสำหรับ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “ฟลุ๊คกะล่อน“ที่ได้เดินทางมาร่วมงานฉลองครบรอบ 23 ปี แบรนด์ Finale Wedding Studio พร้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงกรณีข่าวดังเรื่องการตรวจสอบเงินบริจาคและมูลนิธิ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เจ้าตัวเคยโพสต์ตั้งข้อสงสัยไว้เมื่อหลายปีก่อน
เมื่อสื่อมวลชนถามถึงโพสต์ในอดีตที่เคยถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการไม่เห็นด้วยกับการเปิดรับบริจาค ฟลุ๊คกะล่อน ได้ชี้แจงว่า
“หนูเคยสันนิษฐานไว้เมื่อหลายปีก่อน รู้สึกว่ามันเชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยโพสต์ แต่ไม่ได้ไปก้าวล่วงคนที่บริจาค ทุกคนมีน้ำใจ มีจิตใจดีและตั้งใจกันหมด เพียงแต่ฟลุ๊ครู้สึกว่าเรื่องการบริจาค ฟลุ๊คไม่ได้เห็นด้วยและไม่เคยโอนเงินบริจาคกับมูลนิธิไหนเลย ซึ่งตอนนั้นโดนด่าหนักมาก ฟลุ๊คแค่รู้สึกว่า ไม่ว่าจะน้ำท่วมภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์อะไรก็ตามที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลเพราะเราทุกคนจ่ายภาษี มันเป็นระบบโครงสร้างที่รัฐบาลควรจะเป็นคนนำและลงมือทำก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนมาเลี่ยไรบริจาคกันเอง แล้วรัฐบาลค่อยมาช่วยทีหลัง ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่พอมันเกิดขึ้นจริงในวันนี้ รู้สึกว่ามันแอบน่ากลัว“
เผยความรู้สึกหลังเห็นข่าวมหากาพย์เงินบริจาค พร้อมแชร์มุมมองการทำบุญในแบบของตัวเองว่า
“เราโอนเงินไปด้วยใจบริสุทธิ์ แต่เราไม่รู้เลยว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ส่วนตัวฟลุ๊คเป็นคนชอบทำทาน ไม่โอนเงินทำบุญ แต่จะใช้วิธีซื้อข้าวกล่อง หรือนำของไปมอบให้เห็นเลยว่าคนรับได้รับจริงๆ และได้กินอิ่มจริงๆอันนี้เรารู้สึกได้ด้วยตัวเอง แต่พอโอนเงินเข้ามูลนิธิ ไม่ว่าแห่งไหนก็ตาม เราไม่รู้ว่าจะตรวจสอบอย่างไรพอมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น รู้สึกอกหักแทนคนที่โอนเงินไป ไม่ว่าจะมากหรือน้อย เพราะทุกคนศรัทธาในตัวบุคคลนั้นมากๆ ตอนเห็นข่าวตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง และทำให้ตั้งคำถามต่อว่า มูลนิธิอื่นๆ ต้องถูกตรวจสอบด้วยหรือไม่ เพราะหลายแห่งเกิดจากบุคคลธรรมดาที่อยากเปิดรับบริจาคขึ้นมาซึ่งมองว่าการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานตรงนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเข้ามาจัดการ“
เมื่อถูกถามถึงคนรอบข้างในวงการอินฟลูเอนเซอร์กับการโอนเงินบริจาคช่วยเหตุน้ำท่วม ฟลุ๊คกะล่อน เล่าว่า
“คนรอบตัวบริจาคทุกคน ล่าสุดคุยกับพี่นัท นิสา ก็บริจาคไปหลายแสนบาท เพื่อนรอบตัวอีกคนก็โอนเป็นแสนเหมือนกัน แต่ฟลุ๊คไม่ได้ไปบอกหรือห้ามเขา แค่ตัวเราเองไม่ได้ทำ ใวิธีเลือกช่วยเหลือของฟลุ๊คคือ หากอยากช่วยเด็กกำพร้าหรือสนับสนุนการศึกษา ฟลุ๊คจะลงพื้นที่ไปด้วยตัวเอง ซื้อข้าวกล่อง 100-300 กล่อง ให้เขาได้กิน ได้เห็นตรงนั้นเลยว่าเงินที่เราจ่ายไปถึงมือเขาจริงๆ ไม่มีการโอนผ่านให้ใครไปทำแทน การลงพื้นที่จริงทำให้เราเห็นกับตา อยากให้ทุกคนตระหนักและคิดให้เยอะ เข้าใจว่าคนไทยมีน้ำใจ แต่ต้องนึกถึงสิ่งที่เราควรได้รับด้วย ทำบุญได้แต่ต้องเลือกให้ดี เลือกสถานที่ที่มั่นใจได้จริงๆ และอยากให้มีการตรวจสอบมูลนิธิต่างๆ อย่างจริงจังทุกวัน เพราะปัจจุบันมีหลายมือมากที่เป็นบุคคลมาเปิดรับบริจาคเอง“
“สำหรับเพื่อนๆ ที่บริจาคไป หลายคนรู้สึกว่า ตอนโอนเงินไป จิตใจตั้งใจทำบุญไปแล้ว ถือว่าได้ทำบุญตามความตั้งใจ ณ ตอนนั้น แต่พอวันนี้เกิดเรื่องขึ้น ก็ถือว่าได้ทำไปแล้ว“


ขอบคุณภาพจาก:ฟลุ๊ค กะล่อน



