การเมืองไทยยามนี้ ชื่อของ “เต้ย-พลพีร์ สุวรรณฉวี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท. 2) กลายเป็นที่จับตามอง ด้วยสไตล์การทำงานที่มีลูกล่อลูกชน และบทบาทที่เปรียบเสมือนเงาของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่มีภารกิจล้นมือ ขณะเดียวกัน พลพีร์ยังเป็นรัฐมนตรีเพียงคนเดียวในกระทรวงมหาดไทยที่ไม่มีชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน

รายการ Daily News Talk ได้สัมภาษณ์พิเศษ “พลพีร์” ถึงเบื้องหลังการทำงาน ตัวตนทางการเมือง มุมมองต่อเกมการเมือง ตลอดจนเป้าหมายการจัดการสิ่งผิดกฎหมายเพื่อคืนความสงบสุขให้ประชาชน โดย “มท. 2 พลพีร์” เปิดฉากเล่าว่า หลักการทำงานของตนคือ “ปิดชื่อ ดูพฤติกรรม” โดยทำตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ภาพที่เห็นอาจเป็นคนดุดัน ขึงขัง เพราะบทบาทหน้าที่และภารกิจที่ทำให้ต้องจริงจัง นอกจากกำกับดูแล 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมที่ดิน กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยังได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน “ชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม กระทรวงมหาดไทย” อีกด้วย

ในฐานะทายาทตระกูลการเมือง “สุวรรณฉวี” คุณพ่อไพโรจน์-คุณแม่ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ถ่ายทอดวิชาการเมืองไว้อย่างไร

ผมเข้าสู่สภาตั้งแต่อายุ 25 ปี ไม่เคยคิดว่าจะมาลงการเมือง และไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีด้วย ตอนเด็กผมค่อนข้างห่างจากคุณพ่อในแง่การเมือง เพราะเวลาคุณพ่อหาเสียง ทำงาน หรือเป็น สส. ผมไปเรียนอยู่ที่อังกฤษตั้งแต่ชั้น ป.6 ตอนอายุ 11 ปี เมื่อกลับมาในปี 2550 คุณแม่ลงสมัครรับเลือกตั้งและได้เป็นรัฐมนตรี ทำให้ผมมีโอกาสเห็นการทำงานของ สส. ข้าราชการ และรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด

“คุณพ่อสอนว่าต้อง ‘รู้ให้จริง เห็นให้จริง’ ในทุกภารกิจจะอ่านแค่รายงานไม่ได้ ต้องลงไปสัมผัสปัญหาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นแก้ไม่ได้ ส่วนคุณแม่ให้ความถ่อมตน ทั้งสองอย่างซึมซับมาหล่อหลอมเป็นตัวผมโดยอัตโนมัติ” การมาถึงจุดนี้ไม่ใช่ความฝันที่ตั้งไว้ ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ไว้วางใจ แต่ถ้าถามว่าเป็นเป้าหมายในชีวิตหรือไม่ ก็คงไม่ใช่

เมื่อให้เปรียบเทียบสไตล์การทำงานกับฟุตบอล เปรียบตัวเองเป็น “มิดฟิลด์ (กองกลาง)” โดยมี รอย คีน อดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นนักฟุตบอลที่ชื่นชอบ เพราะมีทั้งเกมรุกและเกมรับ สามารถช่วยเหลือและประสานงานเชื่อมเกมตรงกลางได้ นอกจากนี้ ยังไม่เชื่อข้อมูลจากหน่วยงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหาข้อมูลและตรวจสอบด้วยตัวเอง เพื่อนำมาวางรากฐานนโยบายและงบประมาณ

ทำงานมา 6 เดือนแล้ว ช่วงแรกมีแรงเสียดทานมากไหม บางคนแซวว่าเป็นรัฐมนตรีลูกเทพ หรือมือใหม่ป้ายแดง เจอปัญหาเยอะหรือไม่

ฉายา “กลุ่มลูกเทพ” ที่ถูกพูดถึงในพรรคภูมิใจไทย เป็นคำที่หยอกล้อกันภายในพรรค ส่วนการเป็นรัฐมนตรีคนเดียวในกระทรวงมหาดไทยที่ไม่มีชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น “อาจเป็นเพราะผลงานผมยังไม่มากพอจะไปเข้าตาฝ่ายค้านที่จะตั้งอภิปราย”

ภารกิจการเมืองและงานกระทรวงมหาดไทย เห็นข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านยื่นมาแล้วหรือยัง มีเอกสารหนาหลายหน้า มองว่ารุนแรงเกินไปหรือไม่

ต้องดูว่าเนื้อหาที่นำมาอภิปรายจริงเป็นอย่างไร โดยเฉพาะข้อกล่าวหาต่อนายกรัฐมนตรี ต้องรอดูว่าจะเป็นเพียงวาทกรรม หรือมีข้อมูลใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงการทุจริตคอร์รัปชันจริง รวมถึงหลักฐานที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปราย หากเนื้อหาที่อภิปรายไม่สอดคล้องกับข้อกล่าวหาที่เขียนไว้ในเอกสารยื่นต่อประธานสภาฯ ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของข้อมูลที่นำมาใช้กล่าวหา

เป็น สส. มาหลายสมัย อยู่ในการเมืองมานาน มองเกมฝ่ายค้านอย่างไรที่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีถึง 18 คนในคราวเดียว

การยื่นอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนมากในคราวเดียวอาจมีเจตนาทางการเมืองมากกว่ามุ่งเน้นเนื้อหาการอภิปราย โดยฝ่ายค้านอาจต้องการดูว่าพรรคเพื่อไทยจะมีท่าทีอย่างไร พรรคกล้าธรรมจะเคลื่อนไหวอย่างไร หรือจะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามมาอีกหรือไม่ ซึ่งการยื่นอภิปรายครั้งนี้อาจเป็นการเขย่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองที่อาจเป็นพันธมิตรกัน มากกว่ามุ่งอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คนโดยตรง

มีข่าวนายกรัฐมนตรีไปกินข้าวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ตามมาด้วยกระแสสูตรการเมืองสีน้ำเงิน-สีเขียว-สีแดง มองเรื่องนี้อย่างไร

ยังไม่สามารถบอกได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จะร่วมรัฐบาลกันหรือไม่ หรือพรรคกล้าธรรมจะเชื่อมั่นในผลงานของรัฐมนตรีและไว้วางใจรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูผลการลงมติ ส่วนจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีและขยับเก้าอี้กันใหม่หรือไม่นั้น ต้องมองภาพรวมของรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งของตัวเอง หากมีการปรับ ครม. ตนก็ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง และขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี

“นายกฯ ทราบดีว่าจุดไหนต้องปรับปรุง ท่านให้โอกาสผมมาเป็น รมช.มหาดไทย เราก็มีกรมที่ต้องดูแลและมีนโยบายที่ต้องดำเนินการ แต่ถ้าวันหนึ่งท่านเห็นว่าคนอื่นเหมาะสมกว่า ผมก็พร้อม” สิ่งสำคัญคือภาพรวมของรัฐบาล เพราะหากรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ คนที่เดือดร้อนคือประชาชน รัฐบาลต้องขับเคลื่อนนโยบาย จัดสรรงบประมาณ และดูแลพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ฝ่ายค้านมักพูดถึงระบอบสีน้ำเงินหรือระบอบ น.หนู ขณะเดียวกันในสังคมออนไลน์ก็แบ่งเป็นกลุ่มสีน้ำเงิน สีแดง และสีส้ม รับมือกับความเห็นนี้อย่างไร

พรรคภูมิใจไทยอาจไม่เก่งในการอธิบายหรือเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับผลงานและวิธีการทำงาน จึงถูกวิจารณ์เรื่องระบอบสีน้ำเงินอยู่บ่อยครั้ง ส่วนองค์กรอิสระ รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปควบคุมการทำงานได้ และที่มาขององค์กรอิสระต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภา ไม่ใช่รัฐมนตรีเป็นผู้ลงคะแนนเลือกโดยตรง

สำหรับเรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภา กกต. ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงต้องปล่อยให้กระบวนการดำเนินต่อไป ควรให้เกียรติองค์กรอิสระและผู้ทำหน้าที่วินิจฉัยเรื่องต่าง ๆ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับกระบวนการ ประเทศก็เดินหน้าได้ยาก

ในช่วงหลังจะเห็นรัฐมนตรีลงพื้นที่บ่อย ในฐานะผู้รับผิดชอบภารกิจปราบผู้มีอิทธิพลและธุรกิจสีเทา ภารกิจนี้มีขอบเขตอย่างไร และทำงานกันแบบไหน

ในส่วนของภารกิจชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม แนวทางการทำงานยึดหลัก “ปิดชื่อ ดูพฤติกรรม” โดยพิจารณาจากการกระทำและข้อเท็จจริง ไม่ได้พิจารณาว่าสถานประกอบการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นของใคร หากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับปัญหาธุรกิจที่อาจเข้าข่ายนอมินีและการถือครองที่ดิน ต้องตรวจสอบข้อมูลบริษัท โครงสร้างการถือหุ้น และเส้นทางการเงิน เพื่อพิจารณาว่าการถือครองที่ดินเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

ขณะนี้มีข้อมูลบริษัทมากกว่า 1,300 แห่ง ซึ่งถือครองที่ดินประมาณ 5,000 ไร่ มีมูลค่าประเมินโดยกรมที่ดินประมาณ 14,000 ล้านบาท โดยจังหวัดที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อให้การถือครองที่ดินเป็นไปอย่างถูกต้อง

การตรวจสอบกรณีนอมินีและการถือครองที่ดินต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เนื่องจากแต่ละเรื่องอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่แตกต่างกัน ทั้งหน่วยงานด้านทะเบียนธุรกิจ หน่วยงานตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีเฉพาะด้าน

คนรุ่นใหม่มองว่า การดำเนินการมักจะเป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง แก้ปัญหาไม่ได้จริง

กระทรวงมหาดไทยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ป.ป.ท. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐและเส้นทางการเงิน โดยทุกขั้นตอนต้องใช้เวลาและหลักฐานทางกฎหมาย “ผมเข้าใจคนรุ่นใหม่นะ เขามองโลกไปเร็วมาก แล้วคิดว่าสิ่งที่เราทำเป็นแค่ Baby step ทำไมต้องค่อย ๆ ทำ แต่พอผมเข้ามาสัมผัสจริง ๆ เราเจอกฎหมายเก่าตั้งแต่ปี 2495 หรือกฎหมายสัญชาติปี 2506 ซึ่งต้อง Renew ทั้งหมด” รัฐบาลกำลังผลักดันการปรับปรุงกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและช่วยให้ข้าราชการทำงานได้รวดเร็วขึ้น พร้อมย้ำถึงความสำคัญของความต่อเนื่องในการแก้ไขกฎหมายและนโยบาย “ให้เวลาผม แล้วรอดูผมสิครับ”

กรณีที่ดินเขากระโดง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมที่ดินมีความคืบหน้าอย่างไร

ขณะนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล จากกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทยฟ้องผู้ถือครองที่ดิน ผลจะเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล หากศาลพิจารณาว่าผู้ถือครองได้ที่ดินมาโดยมิชอบ และเป็นที่ดินที่กรมที่ดินไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ก็จะดำเนินการถอนเอกสารสิทธิตามอำนาจหน้าที่

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่