สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ว่า ที่ประชุมใหญ่พรรคคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีมติเป็นเอกฉันท์ทั้ง 180 เสียง เลือก พล.ต.อ.โต เลิม ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ต่ออีกอย่างน้อย 5 ปี และเป็นวาระที่สองติดต่อกัน โดย พล.ต.อ.เลิม วัย 68 ปี ดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2567
ทั้งนี้ การเมืองของเวียดนามแบ่งเป็น 2 ขั้ว ที่ขับเคี่ยวช่วงชิงอำนาจกัน คือ “ฝ่ายความมั่นคง” ที่สนับสนุน พล.ต.อ.เลิม และ “ฝ่ายทหาร” ที่มีความเป็นอนุรักษนิยมมากกว่า ผลการลงมติครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ขั้วการเมืองของ พล.ต.อ.เลิม ยังคงรักษาอิทธิพลทางการเมืองในเวียดนามเอาไว้ได้ จากการที่ยังสามารถครองเสียงข้างมากในคณะกรรมการกลาง หรือโปลิตบูโร ซึ่งมี 19 คน ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
???????? BREAKING:
— Việt Nam News (@VietnamNewsVNS) January 23, 2026
The 14th Party Central Committee unanimously elected Tô Lâm, General Secretary of the 13th Party Central Committee, to continue serving as General Secretary of the 14th Party Central Committee (2026-2031 tenure) pic.twitter.com/utjdp2KytT
พล.อ.ฟาน วัน ซาง รมว.กลาโหม ซึ่งหลายฝ่ายในเวียดนามมองว่า จะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญในการชิงอำนาจทางการเมืองกับ พล.ต.อ.เลิม มีชื่ออยู่ในอันดับที่ 7 ของโปลิตบูโรชุดใหม่ และจากตำแหน่งใน “4 เสาหลัก” ของการปกครองเวียดนาม คือ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิวนิสต์ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และประธานสภาแห่งชาติ มีสมาชิกฝ่ายทหารเพียงคนเดียว คือ พล.อ.เลือง เกื่อง ในตำแหน่งประธานาธิบดี
พล.ต.อ.เลิม ประกาศต่อที่ประชุมใหญ่ เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี จนถึงปี 2573 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษซึ่งอยู่ที่ 6.5-7.0% และไม่สามารถทำได้ตามเป้า
อย่างไรก็ดี เวียดนามยังคงยืนยันการเดินหน้าเป้าหมายดังกล่าว เพื่อให้ประเทศบรรลุสถานะ ประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง ภายในปี 2573 และก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูง ภายในปี 2588
นอกจากนี้ พล.ต.อ.เลิม กล่าวว่า เวียดนามจะเดินหน้าปฏิรูประบบราชการต่อไป และยกระดับการต่อสู้กับการทุจริตในโครงสร้างหน่วยงานรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



