จากกรณี น.ส.พัฒนา สมใจ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี หลังบ้านพักกลางทุ่งนาของนายปัญญา จันทโยชน์ ญาติที่อยู่ในพื้นที่บ้านบัวยาง ถูกคนร้ายบุกงัดทำลายทรัพย์สินแต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทักท้วงในเชิงขอค่าน้ำมัน โดยอ้างเหตุผลหน้าตาเฉยว่า ช่วงนี้น้ำมันราคาแพง ต้องเก็บไว้ใช้ออกเหตุอื่น เหตุการณ์ดังกล่าวถูก “หมูเฟิร์น” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังซึ่งเป็นญาติผู้เสียหายได้ลงโพสต์ถึงการทำงานของตำรวจ สภ.ม่วงสามสิบ จนเป็นไวรัลทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตรฐานการทำงานของตำรวจอย่างหนัก
ล่าสุดวันที่ 6 เม.ย. พ.ต.อ.คนองฤทธิ์ ดาราช ผกก.สภ.ม่วงสามสิบ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชนได้ลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุเพื่อพบกับกลุ่มผู้เสียหายและหมูเฟิร์น โดยกล่าวว่า พล.ต.ต.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ได้สั่งการด่วนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ทางสถานีตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่ามีการเรียกรับเงินจริงจะดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัดที่สุดเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน

ขณะที่คดีงัดบ้านยังไม่ทันเคลียร์ ปรากฏว่ามีเหยื่ออีกรายคือ น.ส.นิภาพร รายทุกข์ ชาวบ้าน ต.หนองเมือง เดินทางมาแฉเพิ่มว่า ตนเองก็ตกเป็นเหยื่อของ พ.ต.ท. พนักงานสอบสวนคนเดียวกันนี้ โดยตนเข้าแจ้งความถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินหลายแสนบาทตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 67 พนักงานสอบสวนรายนี้บอกว่า หากตามเงินคืนได้ขอแบ่ง 50,000 บาท อีกทั้งยังเรียกเก็บค่าน้ำมันในการเดินทางเข้าส่งเอกสารที่ศาลจังหวัดอุบลฯ อีก 3,000 บาท โดยตนเองได้วิงวอนว่าไม่มีเงินเพราะยังลำบากจากที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไป และต้องหาเลี้ยงลูกเพราะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่สุดท้ายต้องยืมเงินจากพี่สาวที่ไปด้วยกัน 1,500 บาท มอบให้กับพนักงานสอบสวน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 69 พนักงานสอบสวนรายนี้ได้โทรฯ มาแจ้งว่าจับผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน ให้ไปดูหน้าผู้ต้องหา เมื่อไปถึงพนักงานสอบสวนได้เอาภาพ 2 ผู้ต้องหาให้ดูโดยไม่บอกรายละเอียดว่าจับได้ที่ไหน จนถึงปัจจุบันคดีก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด.




