การทดสอบขีปนาวุธที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ของจีน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา กำลังสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของความพยายามของบรรดาประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ในการผลักดันภูมิภาคให้เป็น “มหาสมุทรแห่งสันติภาพ” ซึ่งปราศจากการปะทะของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ


การทดสอบดังกล่าวถือเป็นการยิงขีปนาวุธวิถีโค้งเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกครั้งแรกของจีน ที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2567 และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังฟิจิและออสเตรเลียลงนามในสนธิสัญญาความร่วมมือด้านกลาโหมครั้งสำคัญ ซึ่งถือเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟิจิ


แม้ผู้นำหลายประเทศในแปซิฟิกแสดงความวิตกต่อการทดสอบขีปนาวุธของจีนทั้งอย่างเปิดเผยและเป็นการส่วนตัว แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกกลับไม่สามารถบรรลุข้อตกลง เกี่ยวกับถ้อยแถลงร่วมเพื่อประณามการทดสอบดังกล่าวได้ ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่เมืองซูวา ประเทศฟิจิ


นายจัสติน ทีคัตเชนโก รมว.การต่างประเทศปาปัวนิวกินี กล่าวว่า การทดสอบขีปนาวุธดังกล่าว “ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” พร้อมยอมรับว่า แม้จีนจะเป็นมิตรและพันธมิตรที่ใกล้ชิดของปาปัวนิวกินี แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ช่วยส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาค แม้จีนได้แจ้งรัฐบาลปาปัวนิวกินีล่วงหน้าว่าจะมีการทดสอบ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับจุดตกของขีปนาวุธ


ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันในเวลานั้นว่า การทดสอบดำเนินการอย่างปลอดภัย พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องไม่ตีความเหตุการณ์ดังกล่าวเกินจริง


การทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกิจกรรมทางทหารที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในมหาสมุทรแปซิฟิกตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ทั้งการส่งเรือรบและการซ้อมยิงจริงของจีนในทะเลแทสมัน การซ้อมรบร่วมของสหรัฐและพันธมิตรบริเวณกวมและฮาวาย รวมถึงการเดินทางเยือนของเรือรบชาติต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนการแข่งขันเพื่อขยายอิทธิพลระหว่างจีนกับสหรัฐในภูมิภาค


แม้สหรัฐยังคงมีฐานกำลังทหารสำคัญในฮาวาย กวม และหมู่เกาะมาร์แชลล์ แต่ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกจำนวนหนึ่งพยายามรักษาระยะห่างจากการแข่งขันของมหาอำนาจ เมื่อเดือน ก.ย. 2568 ผู้นำประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกได้ให้การรับรอง “ปฏิญญามหาสมุทรแห่งสันติภาพ” ซึ่งย้ำสิทธิของประชาชนในภูมิภาคที่จะดำรงชีวิตอย่างสันติ และมุ่งให้ประเทศในแปซิฟิกมีบทบาทกำหนดวาระด้านสันติภาพและความมั่นคงด้วยตนเอง


ทั้งนี้ ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกพยายามต่อต้านการที่มหาอำนาจภายนอกเข้ามากำหนดนิยามด้านสันติภาพและความมั่นคง พร้อมมองว่าแนวคิด “มหาสมุทรแห่งสันติภาพ” เป็นความพยายามทวงคืนสิทธิในการกำหนดวาระของภูมิภาค


อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นก็สร้างความเห็นต่างภายในภูมิภาค เนื่องจากบางประเทศมองว่าความร่วมมือกับมหาอำนาจช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย รับมือภัยพิบัติ สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย และเข้าถึงอุปกรณ์หรือการฝึกอบรม


ขณะที่อีกฝ่ายกังวลว่า การทำข้อตกลงด้านความมั่นคงแบบทวิภาคีจำนวนมากอาจทำให้ประเทศหมู่เกาะมีอำนาจต่อรองน้อยลงในการกำหนดวิธีใช้พื้นที่ น่านน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง


นายริก ฮูเอนิปเวลารา รมว.การต่างประเทศหมู่เกาะโซโลมอน ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมที่เมืองซูวา ย้ำว่า วาระของภูมิภาคต้อง “คิดโดยแปซิฟิก กำหนดโดยแปซิฟิก และโดยแปซิฟิกเท่านั้น” แต่ท้ายที่สุด ที่ประชุมไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วม เกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธของจีนได้


ความล้มเหลวดังกล่าวสะท้อนความท้าทายสำคัญของประเทศหมู่เกาะขนาดเล็ก ซึ่งมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงแตกต่างกัน โดยคิริบาสและนาอูรู ซึ่งต่างกระชับความสัมพันธ์กับจีนหลังเปลี่ยนการรับรองทางการทูตจากไต้หวัน ไม่เห็นด้วยกับถ้อยคำในร่างแถลงการณ์

ด้านนายวินสตัน ปีเตอร์ส รมว.การต่างประเทศประเทศนิวซีแลนด์ ระบุว่า อิทธิพลจากภายนอกเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุฉันทามติ


ท้ายที่สุด ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกกำลังเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนระหว่างความต้องการรักษาภูมิภาคให้ปลอดจากการแข่งขันทางทหาร กับความจำเป็นในการสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงเพื่อรับมือภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น ฟิจิเองยอมรับถึงความจำเป็นในการรักษาสมดุลดังกล่าว หลังเข้าร่วมการฝึกซ้อมรบ “ริมแพค” ซึ่งเป็นการซ้อมรบร่วมทางทะเลครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ที่นำโดยสหรัฐ เป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา


ผู้นำประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกมีกำหนดประชุมกันที่ปาเลา ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-4 ก.ย. นี้ โดยประเด็นการทดสอบขีปนาวุธของจีนและความเป็นเอกภาพของภูมิภาคคาดว่าจะกลับมาอยู่ในวาระสำคัญอีกครั้ง ท่ามกลางคำถามว่า “มหาสมุทรแห่งสันติภาพ” จะสามารถรักษาพื้นที่ของตนเองไว้ได้เพียงใด ในภูมิภาคที่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิ ของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS