วันนี้ (7 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โอเพนเอไอถูกบีบให้ต้องเร่งอัปเดตระบบความปลอดภัยโหมดล็อคดาวน์ของแชตจีพีที หลังนักวิจัยค้นพบช่องทางบายพาสระบบป้องกัน ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีโจมตีทางไซเบอร์ ขโมยประวัติการแชต หรือดึงข้อมูลสำคัญออกไปได้
โหมดล็อคดาวน์ของแชตจีพีทีคือ ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงแบบเลือกเปิดใช้งานได้ที่โอเพนเอไอพัฒนาขึ้นมาเพื่อปกป้องผู้ใช้งานที่ต้องจัดการข้อมูลที่เป็นความลับและไม่ต้องการให้รั่วไหลออกไป
ทีมนักวิจัยจากเช็คพอยต์ รีเสิร์ช (CPR) หน่วยงานวิเคราะห์วิจัยด้านภุยคุกคามทางไซเบอร์ พบช่องโหว่ดังกล่าวและออกมาเตือนว่า “ระบบควบคุมความปลอดภัยของเอไอมีประสิทธิภาพสูงสุดได้เทียบเท่ากับความแข็งแกร่งของสภาพแวดล้อมโดยรอบเท่านั้น” กล่าวคือ ความปลอดภัยของระบบเอไอไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาดหรือความปลอดภัยของตัวโมเดลเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบที่อยู่รอบตัวมันด้วย
โดยปกติ ผู้โจมตีเอไอมักใช้เทคนิค “พรอมต์ อินเจคชัน” หรือการซ่อนคำสั่งอันตรายไว้ในเอกสารหรืออีเมล เพื่อหลอกให้เอไอส่งออกข้อมูลลับ เช่น ข้อมูลผู้ติดต่อทั้งหมดของผู้ใช้งาน โอเพนเอไอจึงสร้างโหมดล็อคดาวน์ขึ้นมาเพื่อตัดการเชื่อมต่อภายนอกและปิดฟีเจอร์ที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลอย่าง ดีปรีเสิร์ช, โหมดเอเจนต์อัตโนมัติ หรือการดาวน์โหลดไฟล์
แต่ทีมวิจัยของ CPR กลับพบช่องโหว่เมื่อแชตจีพีทีพยายามบล็อกหรือสร้างพื้นที่ปิดกั้นในการแสดงผลตัวอย่างหน้าเว็บ HTML แม้โอเพนเอไอจะแยกการเปิดตัวอย่างหน้าเว็บนี้ไว้ในพื้นที่จำกัดสิทธิ์ (Sandbox) เพื่อป้องกันการเข้าถึงคุกกี้หรือพื้นที่เก็บข้อมูล รวมถึงดักจับความพยายามเชื่อมต่อไปยังระบบภายนอก แต่ระบบของแชตจีพีทีเองกลับมีช่องโหว่ในการจัดการหน้าต่างป็อปอัป
ทีมวิจัยอธิบายว่า แม้แชตจีพีทีจะคอยดักจับโค้ดที่พยายามสั่งเปิดหน้าต่างป็อปอัปใหม่ได้โดยตรง แต่การตั้งค่าสิทธิ์ด้านหลังของพื้นที่จำกัดสิทธิ์กลับยังอนุญาตให้มีหน้าต่างป็อปอัปเปิดขึ้นมาได้ เมื่อทีมวิจัยแอบสร้างกล่องหลอกซ้อนเข้ามาในหน้าเว็บที่แสดงผล เพื่อหลบการตรวจจับ ทำให้โค้ดที่อยู่ในกล่องหลอกไม่ถูกจำกัดสิทธิ์และสามารถสั่งให้เปิดหน้าต่างป็อปอัปนอกพื้นที่จำกัดสิทธิ์ได้ เนื้อหาทั้งหมดที่เปิดผ่านป็อปอัปนี้จะไม่อยู่ภายใต้กฎความปลอดภัยของพื้นที่จำกัดสิทธิ์อีกต่อไป ซึ่งเป็นการเจาะทะลุโหมดล็อคดาวน์ได้อย่างสิ้นเชิง
ทีมวิจัยชี้ว่า ช่องโหว่นี้ไม่ได้เปิดทางแค่การสูบข้อมูลออกไปเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อการขโมยรหัสผ่าน การใส่มัลแวร์แฝงเข้าระบบ การทำฟิชชิ่ง รวมถึงการโจมตีแบบ “ซีโร่-คลิก” ที่หน้าต่างป๊อปอัปเด้งขึ้นมาเองโดยผู้ใช้ไม่ได้กดอะไรเลย
อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับการแจ้งเตือน ทางโอเพนเอไอได้ดำเนินการออกแพตช์แก้ไขปิดช่องโหว่ดังกล่าวทันที ขณะที่หน่วยวิจัย CPR ก็เตือนองค์กรต่างๆ ว่าอย่ามองแค่ความปลอดภัยของตัวโมเดลเอไอเท่านั้น แต่ต้องควบคุมไปถึงความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน สภาพแวดล้อมหรือห้องปฏิบัติการที่รองรับขณะเอไอทำงาน รวมถึงตัวเชื่อมต่อทั้งหมดที่อยู่รอบตัวโมเดลเอไอด้วย
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : techradar.com
เครดิตภาพ : REUTERS



