เรียกได้ว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่เคลียร์จบครบทุกประเด็นเลยทีเดียวสำหรับนางเอกสาวมากความสามารถ “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” ได้เดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 23 ปี “Finale Wedding Studio” พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์เจาะลึกทุกประเด็นร้อน ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับ “อาจารย์เบียร์”, การตรวจสอบเงินบริจาค รวมถึงมุมมองต่อข่าวใหญ่ของ “บุ๋ม ปนัดดา”

เมื่อถูกถามถึงกระแสคู่จิ้นกับ อาจารย์เบียร์ ที่แฟนคลับลุ้นกันหนัก สาวขวัญได้หัวเราะพร้อมเบรกทันทีว่า

“มันก็ไม่ได้ค่ะ เพราะว่าเราเคารพอาจารย์เป็นพี่ชายเราอ่ะ แล้วก็ที่แบบทุกคนรู้ว่าพี่ชายเราก็คือจะมาทางธรรม คือมีความตั้งใจที่แบบว่าจะเข้าอุโบสถ จะบวชใช่มั้ย แล้วเราก็นับถือศาสนาพุทธ

“(ถือหมอนไหม) พี่ชายให้หนูถืออะไรก็ถือได้… พี่ชายจะบวชอ่ะค่ะ แต่ว่าเปรี้ยวไปหน่อย แก่นไปหน่อยเดี๋ยวพอถึงเวลาที่เหมาะสม พอเคลียร์เรื่องอะไรต่างๆ จบเสร็จ ก็พี่เขาก็น่าจะเข้าสู่ร่ม… ร่มโพธิ์ ร่มไทร(หัวเราะ) ร่มกาสาวพัสตร์ ไม่ให้จิ้นค่ะ แล้วพี่จิ้นแล้ว เดี๋ยวหนูจะขายไม่ออก เดี๋ยวหนูจะไม่มีแฟนเดี๋ยวคนอื่นเขาจะเข้าใจว่าหนูอ่ะไปมีแฟนแล้ว จิ้นไม่ได้ พี่ก็จะจิ้นกับหนูแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าเดี๋ยวหนูจะขายไม่ออก นี่เห็นมั้ย Accessories พร้อมแล้ว ชุดพร้อมแล้ว มาแค่เจ้าบ่าว“

“ส่วนเรื่องสินสอดการแต่งงานมันก็ต้องพอตัว เพราะว่ามื้อนึงเราก็กินเยอะอยู่นะ เราเป็นคนกินแซ่บก็ต้องเป็นคนที่เลี้ยงดูแลเราได้ ถ้าเอาหนูไปกัดก้อนเกลือ หนูไม่ไปเน้อ… กินน้ำพริกกินได้ แต่ว่าอาจารย์เป็นพี่ชาย เราจะเอาพี่ชายมาไม่ได้ พี่จะให้หนูรออาจารย์เบียร์บวชเลยเหรอ มันนานไปป่ะ ไม่ต้องลุ้นค่ะ หนูต้องแต่งงานก่อนค่ะ“

การตรวจสอบเงินบริจาคมูลนิธิอาจารย์เบียร์ ยันบริสุทธิ์ใจ-เงินไม่ได้ใช้ส่วนตัว “ก็ดีแล้วค่ะ คือเขาบริสุทธิ์ใจ บริสุทธิ์ใจ คือต่างคน ต่างมีหน้าที่ของอาชีพตัวเองไม่เหมือนกัน อย่างคนไหนที่เขาแบบว่า มีอาชีพที่มีหน้าที่แบบนี้ก็ให้เขาทำไป ส่วนพี่ชายหนูก็มีหน้าที่ในการที่ทำทุกอย่างให้โปร่งใส  คนอื่นสงสัยมันไม่เป็นเรื่องที่ผิด มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ร้ายแรง เราแค่เอาเอกสารข้อมูลมาเผยแผ่มาเปิดเผย ทำให้แบบทุกคนได้รับทราบกันทั่ว ให้แบบรับทราบโดยทั่วกัน แค่นี้ขวัญ เพราะว่าจบ เพราะว่าสุดท้ายอย่างที่ขวัญบอก คือ เจตนาเรากับการกระทำ มันมีแค่หนึ่งเดียว ถ้าเราตั้งใจทำดี การกระทำเราทำดี ไม่ว่าจะเป็นแบบใครก็แล้วแต่ ก็ไม่มีใครทำร้ายเราได้ แต่สุดท้ายขวัญเชื่อว่า ความจริงมันเป็นเรื่องพิสูจน์ แล้วที่หนูอยู่ใกล้กับพี่ชายหนูอ่ะ หนูมั่นใจว่าพี่ชายหนูไม่ได้ทำอะไรผิด… แต่ถ้าเกิดว่าบางคนที่เขาเข้าใจว่าอาจอาจจะทำผิด หนูว่าเราก็ไม่จำเป็นต้องไปแบบว่าเหมือนตกใจอะไร เพราะว่าคนสามารถเข้าใจผิดกันได้ แล้วเราก็สามารถมาชี้แจง มาพูดคุยกันได้“

ขวัญยังกล่าวถึงพฤติกรรมการใช้เงินและการตั้งรับกระแสดราม่าของอาจารย์เบียร์ว่า “ได้ทราบค่ะ ก็ขวัญก็ได้ถามกับพี่ชายขวัญอ่ะเนอะ ว่ามันแบบเป็นยังไง แต่ว่าคือต่างคนต่างมีสไตล์ในการแบบตอบ หรือการที่เราพูดต่อหน้าไมค์ไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายเราก็ต้องไปดูที่เจตนา ขวัญก็อยากจะแบบ ให้พี่ๆ แบบที่เป็นแฟนคลับ คนใดคนใดคนหนึ่ง เราก็ดูเหตุและผลก่อน ดู Fact ก่อน ดูข้อมูลก่อนบางอย่างคือตอนนี้เราอาจจะแบบว่าใกล้ชิดกันมากขึ้น มันอาจจะทำให้เรารู้สึกว่า การที่เราไปด่ากราดคนๆ หนึ่งมันง่าย แต่หนูว่า มันไม่ได้อยู่ในยุคสมัยของสังคมไทยที่มันควรจะเป็นแบบนี้อ่ะ เออ คือมีโซเชียลเราสนิทกันก็จริง แต่สุดท้ายยิ่งสนิทกันก็ควรจะยิ่งต้องให้เกียรติกัน บางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวก็คุยกันให้เข้าใจมั้ย  พอเข้าใจถ่องแท้แล้ว แล้วค่อยจะแบบตัดสินใจอะไรกันยังไงก็ค่อยว่ากัน“

“หนูว่าอาจารย์เบียร์แกมีแรงศรัทธาในการที่แกดำรงตนอยู่ในชีวิต แต่ว่าวิธีการที่เราแสดงออก เราก็ไม่สามารถที่จะทำให้ทุกคนชอบเรา รักเราได้หมดทุกคน ถูกมั้ย แต่ก็แล้วแต่คนว่าเราจะเลือกแสดงออกแบบไหน แต่ว่าเจตนาหลักของแต่ละคนขวัญว่า เจตนาดีทั้งคู่ แต่การแสดงออกแต่ละคนไม่เหมือนกันเท่าที่พี่เขาเปิดให้ขวัญเห็น ก็ไม่ได้เยอะนะคะ ไม่ได้เยอะเทียบเท่ากับที่พี่เขา  คือพี่เขาอ่ะ อื้ม เขาเรียกว่า รับไลฟ์ใช่มั้ยคะ แล้วก็มีเงินเข้ามาเป็นรายได้ใช่มั้ย แล้วก็ตอนที่ช่วงที่เดือดร้อน ตอนที่ช่วงน้ำท่วม  พี่เขาก็นำเงินที่ได้จากรายได้ตรงนี้ ก็ไปช่วยเหลือคนอื่น อย่างเงินพี่เขาก็ไม่ ไม่ได้ถอดออก หรือไม่ได้เอาไปใช้เป็นเรื่องส่วนตัว เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง  ทุกอย่างที่พี่เขาใช้ ส่วนใหญ่คือพี่เขาตั้งใจที่จะสร้างสถานปฏิบัติธรรม ต้องการที่จะแบบว่าสร้างเขาเรียกว่าอะไร ที่ยึดเหนี่ยวให้กับกลุ่มคน ไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะแบบทั้งทางออนไลน์ หรือว่าจะเป็นสถานที่ที่แบบว่าทำให้คนรู้สึกว่า ลงหลักปักฐานที่จะสามารถ ประพฤติปฏิบัติธรรมได้

(จะเปลี่ยนไปเพราะเงินไหม)“ขวัญว่าคนเราไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก แต่ว่าตัวเงินมันอาจจะเป็นตัวขยาย ที่ทำให้เราเห็นบุคคลนั้นแท้จริงขึ้น ว่าแท้จริงแล้วบุคคลนี้เป็นคนยังไง ถ้าเกิดว่าเราเป็นคนดีตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าเงินเข้ามาจะกี่บาท กี่เท่าไหร่ก็แล้วแต่ แต่ถ้าเจตนาเราดี แล้วเรามั่นคงในจิตใจเราอ่ะค่ะ อะไรต่างๆ นานาก็ไม่สามารถมาบั่นทอนชีวิตเราได้“

มุมมองต่อคดี “บุ๋ม ปนัดดา” สาวขวัญได้เผยว่า

“การที่เราทุกคนมีความรู้สึก บางอย่างเราไม่ควรพูด เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันคือ Digital footprint เพราะว่าสุดท้าย ถ้ามันไม่ได้ออกมาเป็นอย่างที่เราคิด เราจะรับผิดชอบชีวิตคนๆ หนึ่งที่เขาล้มได้ยังไงถูกมั้ย เพียงแต่ว่าเราดูเรื่องราวของพี่บุ๋มอ่ะค่ะ แล้วเราไม่ต้องไป Judge เขา แต่เราดูว่าเนื้อเรื่องเหตุการณ์มันเป็นแบบเนี่ย ถ้าเราไปอยู่ในจุดใดจุดหนึ่ง ที่มันมีเหตุการณ์คล้ายๆ เหมือนกับเรื่องพี่บุ๋ม เราก็จะได้ประคองตัวเราได้ทัน เราก็จะได้รู้เหตุการณ์ในการที่เราจะต้องประคองชีวิตตัวเรายังไง กับตัวเราและบุคคลรอบข้าง  และยิ่งถ้าเกิดว่าเมื่อไหร่ที่เราคงความเป็นประธาน หรือ CEO หรือเจ้าของ  เราคือคนที่แบกรับทุกอย่าง เพราะสุดท้ายไม่ว่าลูกน้องหรือใครจะทำความผิดอ่ะ สุดท้ายก็คือเป็นเรา แต่ขวัญเก็บเรื่องของพี่บุ๋มไว้เป็นบทเรียนมากกว่า เพราะว่าสุดท้ายเห็นใจ… ขวัญว่าพี่บุ๋มเขาก็จะมีบทเรียนของพี่เขาที่พี่เขาจะต้องรู้ว่าอะไรผิดอะไรพลาด อย่างขวัญอ่ะ ขวัญอยู่ไกลอ่ะ เราไม่ได้อยู่ในวงโคจรของพี่เขา ก็ไม่รู้ว่าตื้นลึกหนาบางเขาเป็นยังไง“

“ขวัญ ความรู้สึกเรา เราเห็นว่าเขาดูแลลูกอ่ะ แต่ก็ความรู้สึกเรา เราไม่อยากพูดว่าเรารู้สึกยังไงพี่ เราขออยากจะบอกทุกคนว่า เก็บบทเรียนของพี่บุ๋มอ่ะ ไว้เป็นสิ่งที่เตือนชีวิตเรา แล้วเราคิดว่าให้พี่บุ๋มเขาเป็นครูอย่างน้อยถ้าเราไปอยู่จุดนั้นอ่ะ เราจะได้ไม่พลาดแบบพี่บุ๋มเขา เพราะว่าพี่บุ๋มเขาเป็นตัวอย่างให้เราทุกคนดู แล้วเราจะได้เห็นและจำ จะได้ไม่ต้องทำเหมือนเขา“

เมื่อนักข่าวถามว่าหากในอนาคตเกิดเหตุการณ์คล้ายกันขึ้นกับอาจารย์เบียร์ จะรู้สึกอย่างไร ขวัญสรุปทิ้งท้ายว่า

“อืม คือความศรัทธเราก็มีความศรัทธา พี่ชายเราก็เป็นพี่ชายเรา แล้วก็ในสายตาหรือสิ่งที่ขวัญเห็น สิ่งที่ขวัญได้ยิน ที่พี่เขาชี้แจงมา ขวัญว่าพี่ขวัญไม่ได้ทำอะไรผิด… แต่สุดท้ายถ้าเกิดว่าพี่เขาทำอะไรผิด ขวัญก็ยังเคารพพี่เขาเป็นพี่ชายขวัญอยู่อย่างเดิม มันก็ต้องแยกกันระหว่างความสัมพันธ์แบบพี่น้อง กับความถูกต้อง ความถูกต้องถ้ามันผิดก็ว่าแบบ… เขาเรียกว่า ยอมรับกันไปว่ามันผิดจริงๆ แต่ว่าความเป็นพี่ชายหรือความที่เราแบบ ถูกความเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องอ่ะ มันก็ยังไม่หาย“

“ทุกอาชีพก็จะมีทั้งคนดีแล้วก็คนไม่ดี ไม่จำเป็นต้องอาชีพอื่นหรอก… แม้แต่ตัวเราอ่ะ เวลาเรามองตัวเราก็ไม่ได้เป็นคนดี 100% ถูกมั้ย คือเราอาจจะดีกับคนเนี่ย 50 คน แต่เราอาจจะแบบไม่ดีกับคนเนี่ยสัก 1 คน มันก็มีความเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นเราอยู่ ไม่มีใครเป็นคนดี 100% เพียงแต่ว่าเรารู้เท่าทันตัวเราได้มากน้อยแค่ไหน อันไหนที่เป็นด้าน Dark side เรา เราก็กด อย่าเอาออกมา เพราะว่าเราแยกแยะ มันคือการแตกต่างระหว่างคนกับสัตว์ ถูก คนเราสามารถแยกแยะได้ สิ่งไหนถูก สิ่งไหนไม่ถูก คือเราก็รักความยุติธรรม แต่… แล้วเราก็มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นในการที่เขาทำความผิดด้วยเหมือนกัน อันไหนที่ผิดก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ขวัญจะไม่เหยียบย่ำ หรือซ้ำเติม เพราะว่ามันไม่ใช่นิสัยขวัญ“