เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 69 ชาวบ้านหมู่ 5 หมู่ 6 และหมู่ 7 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี กว่า 50 คน รวมตัวกันลงพื้นที่ตรวจสอบคลองและทางสาธารณะ หลังได้รับความเดือดร้อนจากกรณีนายทุนรายหนึ่งเข้าซื้อที่ดินหลายสิบไร่ ก่อนมีการขุดและถมดินจนถูกกล่าวหาว่ากีดขวางทางน้ำและเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน

กลุ่มชาวบ้านนำโดยนายสุนทร คมคาย พร้อมผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ลงสำรวจบริเวณคลองสาธารณะ ซึ่งเป็นทางน้ำที่รับน้ำจากหมู่ 9 ไหลผ่านพื้นที่การเกษตร ก่อนลงสู่คลองอีปาง โดยพบว่ามีการถมดินกีดขวางทางน้ำ ส่งผลให้น้ำระบายไม่สะดวกและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน โดยเฉพาะไร่อ้อยและแปลงยูคาลิปตัส

ระหว่างการตรวจสอบ ผู้ใหญ่บ้านได้ลงไปวัดระดับน้ำภายในคลอง พบว่าบางจุดมีน้ำลึกประมาณ 2 เมตร หรือระดับเกือบท่วมหัว ขณะที่บริเวณโดยรอบพบกองดินจากการขุดลอกถูกนำมากองเป็นแนวยาวและมีปริมาณจำนวนมาก สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านที่มีพื้นที่ทำกินอยู่โดยรอบ

นายสมประสงค์ บรรลังเดช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 กล่าวว่า พื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบมีประมาณ 120 ไร่ เป็นของเกษตรกรหลายราย โดยเฉพาะแปลงอ้อยที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูตัดเก็บเกี่ยวในเดือน พ.ย. หากยังมีน้ำท่วมขังอาจทำให้รถตัดและรถบรรทุกที่มีน้ำหนักมากไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร

ด้านนายประยูร มั่นคง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยแจ้งปัญหากับผู้ที่นำรถแบ๊กโฮเข้ามาดำเนินการแล้ว เนื่องจากถนนและการถมดินส่งผลกระทบต่อทางน้ำ ทำให้น้ำไหลขึ้นไปท่วมบริเวณพื้นที่ป่าปาล์ม แต่หลังจากแจ้งปัญหาแล้วเรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า กระทั่งปัจจุบันชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น

ขณะที่นายสุนทร คมคาย ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า เดิมบริเวณดังกล่าวมีทั้งทางสาธารณะที่ชาวบ้านใช้สัญจรและทางน้ำ แต่หลังมีการดำเนินการในพื้นที่ ทางสัญจรบางส่วนถูกขุดจนกลายเป็นร่องน้ำ ขณะที่อีกด้านมีการนำดินขึ้นมาถม ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเดินทางเข้าออกพื้นที่ทำกินได้ตามปกติ

นางศรีนวล แนวพนัส หรือ “น้าจุก” ชาวบ้านที่มีพื้นที่ทำกินอยู่ด้านใน เปิดเผยว่า ปัจจุบันไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ของตัวเองได้ เนื่องจากเส้นทางเดิมถูกปิดกั้นและบางส่วนกลายเป็นร่องน้ำ ส่วนอีกเส้นทางถูกนำดินมาถมจนไม่สามารถใช้สัญจรได้ ส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรโดยตรง

หลังจากนั้น กลุ่มชาวบ้านได้รวมตัวกันประกาศเจตนารมณ์ พร้อมกล่าวคำขวัญของชาวตำบลเขาไม้แก้วว่า “เขาไม้แก้วน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” ก่อนเดินทางไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกบินทร์บุรี เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหา

ด้านนายธวัชชัย บุพลับ ปลัดอำเภออาวุโส ปฏิบัติหน้าที่แทนนายอำเภอกบินทร์บุรี เป็นผู้รับเรื่องจากชาวบ้าน โดยระบุว่า เบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับการขุดและถมดินในพื้นที่แล้ว ขณะเดียวกันองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.) เพื่อขอตรวจสอบว่าแปลงที่ดินดังกล่าวมีสถานะเป็นของผู้ใด และพื้นที่ที่ชาวบ้านอ้างว่าเป็นทางสาธารณะมีสถานะตามกฎหมายอย่างไร

ส่วนกรณีการขุดดินและถมดิน หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีการขออนุญาต จะเป็นหน้าที่ของ อบต.ในการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เรื่องพื้นที่สาธารณะ ทางอำเภอและ อบต.จะร่วมกันตรวจสอบข้อมูลกับ ส.ป.ก. หากพบว่าเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ก็จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านต่อไป

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานะของพื้นที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นที่ดินประเภทใด รวมถึงตรวจสอบการขุดและถมดินว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.