สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า แหล่งข่าวในรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงน้ำมันหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ต้องระงับการใช้งานชั่วคราว หลังถูกโจมตีด้วยโดรนที่มีการยิงมาจากอิรัก และเชื่อว่า เป็นของกองกำลังที่สนับสนุนโดยอิหร่าน
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง และการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ส่งผลเพิ่มแรงกดดันต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวมีระยะทาง 1,200 กิโลเมตร และสามารถลำเลียงน้ำมันได้วันละ 4-5 ล้านบาร์เรล หรือราว 4-5% ของอุปทานน้ำมันโลก
Breaking: Saudi Arabia shut down a crucial pipeline that allowed oil exports to circumvent the Strait of Hormuz, saying it had been attacked multiple times https://t.co/VWjZ0HGcpO
— The Wall Street Journal (@WSJ) September 11, 2026
ขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีซึ่งมีอิหร่านสนับสนุน รุกคืบถึงเกาะเปริม ในช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ด้านกองกำลังของฝ่ายรัฐบาลถอนตัวออกจากเกาะแห่งดังกล่าว นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังสามารถยึดเมืองดูบับ บนชายฝั่งทะเลแดง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะเปริม และเมืองโมคา ซึ่งเป็นเมืองท่าทางตะวันตกของเยเมนได้ด้วย
การควบคุมช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญ อาจทำให้อิหร่านได้เปรียบในการทำสงครามกับสหรัฐ ด้วยการจำกัดเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าเพิ่มเติม
ด้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังไม่ตอบโต้ทางทหาร หลังนายกรัฐมนตรีอิรักร้องขอให้หลีกเลี่ยงการตอบโต้ พร้อมสงวนสิทธิ์ใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
ส่วนกลุ่มฮูตียืนยันว่า การเดินเรือในช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ยังคงปลอดภัยสำหรับเรือของทุกชาติ ยกเว้นเพียงเรือของซาอุดีอาระเบีย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



