อันที่จริงจะบอกว่า อู๋ เยี่ยนนี หรือ เจนนี เป็นดาวดวงใหม่ก็คงไม่ถูกนัก เพราะเธอโด่งดังมานานพักใหญ่แล้ว โดยนักวิ่งข้ามรั้วสาววัย 29 ปี เดินทางมาชิงชัยในเอเชียนเกมส์ ที่ไอจิ-นาโกยา เพื่อลบรอยแผลที่ฝังลึกอยู่ในใจ จากการโดนคำสบประมาทสารพัดจากการถูกปรับแพ้ฟาวล์ในกีฬาเอเชียนเกมส์ 2023 ที่เมืองหางโจว

ครั้งนั้น อู๋ เยี่ยนนี เป็นตัวเต็งที่จะคว้าเหรียญรางวัลไปครอง แต่กลับถูกปรับแพ้ในรอบชิงดำ เนื่องจากถูกจับฟาวล์ในจังหวะออกตัว ทำให้เธอไม่มีเหรียญรางวัลติดมือแม้จะพุ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ก็ตาม
ที่สำคัญเธอยังถูกกล่าวหาด้วยว่า เจตนาออกตัวฟาวล์เพื่อทำลายสมาธิคู่แข่งจากอินเดีย และช่วยให้นักวิ่งชาวจีนอีกคนหนึ่งคว้าเหรียญทองไปครอง

นอกจากนี้ เธอยังต้องเผชิญกับคำเหน็บแนมจากบรรดาชาวเน็ตจีนที่วิจารณ์ว่า “ห่วงสวยมากกว่าผลงานในสนาม” รวมทั้งวิจารณ์เรื่องรอยสักบนร่างกาย แต่ อู๋ เยี่ยนนี ผู้ซึ่งนิยมการแต่งหน้า ติดขนตาปลอมแบบจัดเต็มก่อนลงสนามทุกครั้งก็หาได้แคร์ไม่ ตราบใดที่ยังไม่มีกฎข้อใดที่ห้ามไม่ใช้นักกีฬาแต่งหน้าลงทำการแข่งขัน

ในกีฬาเอเชียนเกมส์ “ไอจิ-นาโกยา 2026” อู๋ เยี่ยนนี สามารถลบคำสบประมาทได้สำเร็จ และกลายเป็นหนึ่งในลมกรดสาวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังทำท่าประจำตัวด้วยการขยับเอว ชี้มือขึ้นฟ้า และสะบัดข้อมือเบาๆ ก่อนจะพุ่งออกไปคว้าเหรียญทองแดงวิ่งข้ามรั้ว 100 หญิงมาครองได้สำเร็จด้วยเวลา 13.12 วินาที

ส่วนคำถามที่ว่า เพราะอะไร อู๋ เยี่ยนนี จึงระบายสีแดงลงบนโหนกแก้มทั้ง 2 ข้างทุกครั้งที่ลงวิ่งใน เอเชียนเกมส์ ครั้งนี้?
คำตอบก็คือเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล (Alita: Battle Angel) โดยมองว่า การแต้ม Alita’s War Paint ลงบนหน้าคือ สัญลักษณ์แห่งความไม่ยอมแพ้, การก้าวข้ามปมในอดีต และการตอกย้ำถึงตัวตนของเธอ ที่ปฏิเสธค่านิยมเดิมๆ ที่ว่า นักกีฬาต้องเปลือยหน้าสดลงสนาม

อู๋ เยี่ยนนี มองว่า ความสวยและการแต่งหน้าคือสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการลงแข่ง ดังนั้นภาพการนั่งเติมลิปสติก และใช้นิ้วป้ายสีแดงที่แก้มก่อนลงวิ่งอย่างใจเย็น จึงเป็นสไตล์เด็ดเดี่ยวในแบบฉบับของ อู๋ เยี่ยนนี ที่สื่อต่างชาติ และชาวเน็ตหยิบมาพูดถึงจนทำให้เธอหลายเป็นหนึ่งในดาวเด่นของกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026.
















ภาพ IG: wuyanni_jennie



