ทันกระแสทันเหตุการณ์พอดี สำหรับโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลเพิ่งริเริ่มและเริ่มมีผลให้ความคุ้มครองตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้ และในจังหวะที่กำลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ คาบเกี่ยวกันในหลายพื้นที่ วันนี้ ทีมข่าวเศรษฐกิจ เดลินิวส์ จะมาสรุป 10 คำถามน่ารู้ เกี่ยวกับ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจน  

10 คำถาม-ตอบน่ารู้: ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ  

1. ประกันภัยพิบัติแห่งชาติคืออะไร และเริ่มคุ้มครองเมื่อไหร่?

เป็นโครงการความคุ้มครองภัยพิบัติระดับชาติที่รัฐบาลและระบบประกันภัยร่วมกันจัดทำขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป

2. ใครมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองบ้าง ต้องลงทะเบียนไหม?

ไม่ต้องลงทะเบียน ประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของบ้านเรือนและที่อยู่อาศัยทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน ทั้งผู้ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านปกติและทะเบียนบ้านชั่วคราว จะได้รับสิทธิ์คุ้มครองแบบอัตโนมัติ

3. คุ้มครองภัยพิบัติประเภทใดบ้าง?

ครอบคลุม 3 ภัยพิบัติหลัก ได้แก่:

– อุทกภัย (น้ำท่วม)

– วาตภัย (ลมพายุ)

– แผ่นดินไหว

4. ประกันภัยพิบัติคุ้มครอง “อะไรบ้าง” ภายในบ้าน?

คุ้มครอง “เฉพาะตัวโครงสร้างบ้านและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย” เท่านั้น ได้แก่:

– โครงสร้างบ้าน เช่น ผนังบ้าน, สีพอง, พื้นล่อน, วอลเปเปอร์หลุดร่วง, บ้านไม้พังเสียหาย

 –  งานบิวต์อิน (Built-in) ที่ยึดติดกับตัวบ้าน ไม่สามารถถอดเคลื่อนย้ายได้

 –  ร้านค้าขนาดเล็กในที่อยู่อาศัย (เช่น ร้านโชห่วย ร้านตัดผม) ที่เจ้าของบ้านอยู่อาศัยเอง

5. อะไรบ้างที่ “ไม่ได้รับ” ความคุ้มครอง?

– เครื่องใช้ไฟฟ้าและทรัพย์สินส่วนตัว: ตู้เย็น, ทีวี, แอร์, เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว, เครื่องใช้ส่วนบุคคล (ต้องทำประกันทรัพย์สินส่วนบุคคลแยกต่างหาก)

-สถานประกอบการเชิงพาณิชย์: โรงงาน, บริษัท, ร้านค้า Standalone ที่ไม่มีส่วนของการอยู่อาศัย

-เหตุการณ์เดิม/น้ำท่วมเดิม: ไม่คุ้มครองความเสียหายจากมวลน้ำท่วมเดิม น้ำหนุน หรือมรสุมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาก่อนวันที่กรมธรรม์มีผล (ก่อน 1 ต.ค.)

6. วงเงินความคุ้มครองจ่ายสูงสุดเท่าไหร่?

– ความเสียหายต่อบ้านเรือน: จ่ายตามจริง วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน

– กรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติ: ได้รับความคุ้มครอง 2,000,000 บาท

7. เงื่อนไขและขั้นตอนการจ่ายเงินชดเชยเป็นอย่างไร?

แบ่งการจ่ายเงินเป็น 2 ส่วนหลัก:

– เงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท: อนุมัติจ่ายรวดเร็วภายใน 15 วัน หลังจากกระทรวงมหาดไทยประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และเข้าเกณฑ์กำหนด (เช่น น้ำท่วมขังสูงเกิน 20 ซม.)

– ส่วนที่เหลือ (ตามจริง): ประเมินความเสียหายผ่านเทคโนโลยี AI และประเมินราคาตามฐานมาตรฐาน  เช่น ราคาวัสดุ/วอลเปเปอร์ต่อ ตร.ม. หากตกลงรับราคากลางได้ จะโอนเงินให้ภายใน 15 วันนับจากเอกสารครบถ้วน

8. น้ำท่วมเดิมที่ท่วมอยู่ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม สามารถแจ้งเคลมได้หรือไม่?

ไม่ได้ ประกันภัยพิบัติจะคุ้มครองเฉพาะ “ภัยพิบัติที่ก่อตัวขึ้นใหม่” เท่านั้น  เช่น พายุลูกใหม่ที่เกิดขึ้นและพัดเข้าพื้นที่หลังวันที่กรมธรรม์มีผล ไม่รวมถึงมวลน้ำเดิมหรือภัยที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากก่อนวันที่ 1 ตุลาคม

9.บ้านน้ำท่วมและแห้งไปแล้ว แต่ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.69 เกิดมีน้ำท่วมกลับเข้ามาอีกครั้งจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่

เรื่องนี้จะต้องมีการพิสูจน์หลักการทางประกันภัย และวิทยาศาสตร์ ว่ามวลน้ำที่ทำให้ท่วมใหม่ มีสาเหตุมาจากมวลน้ำก้อนเก่าหรือไม่ ถึงจะพิสูจน์ได้ว่ารับความคุ้มครองหรือไม่

10. ประกันภัยพิบัตินี้ทดแทนการช่วยเหลือจากภาครัฐทั้งหมดหรือไม่?

ไม่ทดแทนทั้งหมด ประกันภัยพิบัติเป็นระบบเสริมความคุ้มครองเฉพาะโครงสร้างบ้าน  และยังสามารถพิจารณาซื้อประกันภัยทรัพย์สินส่วนบุคคลเพิ่มเติม เพื่อปกป้องเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้ด้วย