เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี หลังเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปรับเพิ่มการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนที่อัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณหมู่ที่ 1 ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี อย่างรุนแรง โดยเกิดเหตุน้ำดันลอดแนวตะเข็บเขื่อนกั้นน้ำเป็นระยะทางยาวประมาณ 100-200 เมตร มีแรงดันน้ำผุดขึ้นมาบนพื้นผิวถนนตลอดเวลา จนไหลทะลักจากแนวถนนเขื่อนเข้าท่วมพื้นที่สวนเกษตรกรรม และเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้วอย่างน้อย 1 หลังคาเรือน

สาเหตุสำคัญเกิดจากบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นถนนเขื่อนและแนวผนังคอนกรีต (รอยเชื่อมระหว่างซีเมนต์เก่าและซีเมนต์ใหม่) ประสานกันไม่สนิท เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นและมีแรงดันมหาศาล จึงเล็ดลอดผ่านช่องว่างผุดขึ้นมาบนพื้นผิวถนนอย่างต่อเนื่อง

นายเชนทร์ คนชาน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ทับยา ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนด่วนผ่านกลุ่มไลน์ชุมชน เพื่อให้ลูกบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงทันที พร้อมระบุว่า น้ำที่ไหลทะลักเข้ามาได้เข้าเต็มพื้นที่ทำการเกษตรแล้ว และกำลังจะไหลเข้าท่วมหมู่บ้านหลัก คือ “หมู่บ้านบางพระนอน” ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่มากกว่า 300 ครัวเรือน ขณะนี้ได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเรียบร้อยแล้ว

เบื้องต้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี และเทศบาลในพื้นที่ ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าติดตั้งในจุดเกิดเหตุเพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่รับน้ำ บรรเทาไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้านเร็วเกินไป ขณะเดียวกัน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสิงห์บุรี ปภ.จังหวัด และผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างเขื่อน อยู่ระหว่างประชุมหารือเร่งด่วน เพื่อหาแนวทางบล็อกช่องน้ำผุดและซ่อมแซมรอยต่อแผ่นซีเมนต์กั้นน้ำ เพื่อสู้กับแรงดันน้ำที่ไม่ให้ขยายวงกว้างไปมากกว่านี้




