เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี แม้ระดับน้ำในหลายจุดจะเริ่มลดลง แต่ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมสูง โดยเฉพาะบนทางหลวงหมายเลข 304 บริเวณบ้านนางเลง หลักกิโลเมตรที่ 161 ซึ่งมีน้ำท่วมเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กยังไม่สามารถผ่านได้

ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี ร่วมกับ สภ.กบินทร์บุรี และหน่วยกู้ภัยสัจจะกบินทร์บุรี ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาการเปิดเส้นทางให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านจุดน้ำท่วม แต่จากการตรวจสอบเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 ต.ค. พบว่ายังไม่สามารถเปิดให้รถบรรทุกสัญจรได้ เนื่องจากระดับน้ำยังสูง และมีรถบรรทุกจอดเสียบริเวณคอสะพาน ซึ่งเป็นจุดที่มีน้ำลึก เกรงว่าหากปล่อยรถสัญจรผ่านอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้นำรถทหารจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) เข้ามาช่วยรับส่งประชาชนบริเวณสี่แยกสามทหารและหน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถเดินทางข้ามฝั่งไปทำงานและกลับบ้านได้

ล่าสุด ช่วงเช้าวันเดียวกัน ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี ร่วมกับ สภ.กบินทร์บุรี และหน่วยกู้ภัย ลงพื้นที่สำรวจระดับน้ำและสภาพเส้นทางอีกครั้ง พร้อมพิจารณาเปิดให้รถบรรทุกขนาดใหญ่เดินทางผ่านก่อน โดยขอความร่วมมือประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามฝั่ง ใช้บริการรถบรรทุกที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งคนขับรถบรรทุกหลายรายได้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและพนักงานติดรถข้ามฝั่งไปด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจร สภ.กบินทร์บุรี ร่วมสำรวจเส้นทางบริเวณจุดเสี่ยง 2 แห่ง จุดแรกคือบริเวณคอสะพานบ้านนางเลง ซึ่งเป็นสะพานช่วงที่ 2 มีระดับน้ำลึกและพบรถบรรทุกจอดเสียอยู่ 2 คัน ส่วนจุดที่ 2 อยู่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ถึงหน้าโฮมเมด ซึ่งเป็นอีกช่วงที่มีน้ำลึก

สำหรับการช่วยเหลือประชาชน รถทหารจาก พล.ร.2 รอ. ยังคงให้บริการรับส่งประชาชนข้ามฝั่งบริเวณหน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ขณะที่เจ้าหน้าที่ประเมินว่าหากระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง สถานการณ์จะทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติและสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ

ส่วนพื้นที่ อ.ประจันตคาม อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ อ.บ้านสร้าง และ อ.เมืองปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหลายพื้นที่ยังคงได้รับมวลน้ำที่ไหลหลากลงมาจาก อ.กบินทร์บุรี ตั้งแต่ช่วง 2 วันที่ผ่านมา.