เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ มีประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาป้ายทะเบียนรถหลุดหายหลังขับรถลุยน้ำ ล่าสุด นายศิริวัฒน์ วังหอม หรือ “อั๋น” อายุ 33 ปี โปรแกรมเมอร์และผู้มีความรู้ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ได้นำทักษะด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาเว็บไซต์เพื่อช่วยประชาชนตามหาแผ่นป้ายทะเบียนที่สูญหาย
เว็บไซต์ดังกล่าวใช้ชื่อว่า Find My Plate เปิดให้ประชาชน จิตอาสา และหน่วยงานต่างๆ นำภาพแผ่นป้ายทะเบียนที่เก็บได้จากจุดต่างๆ มาอัปโหลดไว้ในระบบ เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้เจ้าของรถสามารถค้นหาป้ายทะเบียนของตนเองได้สะดวกขึ้น ลดเวลาในการค้นหา รวมถึงลดค่าใช้จ่ายและขั้นตอนในการติดต่อหน่วยงานราชการเพื่อดำเนินการทำป้ายทะเบียนใหม่

นายศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของเว็บไซต์มาจากการพบเห็นผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก โพสต์ภาพแผ่นป้ายทะเบียนที่เก็บได้ตามสถานที่ต่างๆ แต่ข้อมูลกระจายอยู่ตามเพจและกลุ่มต่างๆ จึงเกิดแนวคิดว่าหากนำข้อมูลทั้งหมดมารวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เจ้าของรถที่ทำป้ายทะเบียนหล่นหายระหว่างขับรถลุยน้ำจะสามารถค้นหาได้ง่ายกว่าเดิม
จึงได้พัฒนาเว็บไซต์ https://findmyplate.iaunn.com ขึ้นมา โดยระบบแบ่งการทำงานหลักออกเป็น 3 ส่วน เริ่มจากผู้พบแผ่นป้ายทะเบียนสามารถนำภาพมาอัปโหลดเข้าสู่ระบบ หรือรวบรวมภาพและลิงก์จากโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์เข้ามาไว้ในแพลตฟอร์ม
จากนั้นระบบ AI จะช่วยอ่านตัวเลขและตัวอักษรบนแผ่นป้ายทะเบียนจากภาพ แม้ในภาพเดียวจะมีป้ายทะเบียนจำนวนหลายแผ่น ระบบสามารถแยกข้อมูลของแต่ละป้ายออกมาเพื่อจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูล

ส่วนที่สองเป็นระบบ “อาสาตรวจป้าย” เปิดให้จิตอาสาเข้ามาช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ AI อ่านออกมา หากระบบยังอ่านตัวเลขหรือตัวอักษรได้ไม่ถูกต้อง อาสาสมัครสามารถช่วยตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลให้ตรงกับภาพจริงได้
ส่วนสุดท้ายเป็นระบบสำหรับเจ้าของรถที่ทำป้ายทะเบียนสูญหาย สามารถกรอกหมายเลขทะเบียนของตนเองเพื่อค้นหา หากพบข้อมูลในระบบ จะแสดงภาพป้ายทะเบียน รวมถึงข้อมูลสถานที่ที่พบ หรือเชื่อมโยงไปยังโพสต์ต้นทาง เพื่อให้เจ้าของสามารถติดต่อและเดินทางไปรับป้ายคืนได้สะดวกยิ่งขึ้น

นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า หลังเปิดใช้งานมาได้ประมาณ 5 วัน ปัจจุบันมีประชาชนและจิตอาสานำข้อมูลแผ่นป้ายทะเบียนที่พบจากสถานที่ต่าง ๆ เข้าสู่ระบบแล้วเกือบ 14,000 แผ่นป้าย และมีเจ้าของรถจำนวนหนึ่งสามารถติดตามและเดินทางไปรับป้ายทะเบียนของตนเองกลับคืนได้แล้ว
สำหรับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบครั้งนี้ เจ้าตัวระบุว่าใช้เงินส่วนตัวสำหรับการประมวลผล AI ตรวจจับและอ่านแผ่นป้ายทะเบียนเพียงประมาณ 100 บาท ถือเป็นการนำความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงเกิดอุทกภัย

นายศิริวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ตนเองอาจไม่สามารถลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้โดยตรง แต่สามารถนำความรู้และวิชาชีพที่ถนัดมาช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อครั้งย้ายมาอยู่ จ.ปทุมธานี ในช่วงที่มีการเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เคยพัฒนาโปรแกรมติดตามระดับน้ำบริเวณสวนเทพปทุม พร้อมระบบแจ้งเตือนผ่านไลน์ส่วนตัว ก่อนนำข้อมูลมาเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งได้รับการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก และยังสามารถตรวจสอบข้อมูลระดับน้ำย้อนหลังได้อีกด้วย
ทั้งนี้ เจ้าตัวมองว่าเทคโนโลยีสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติได้ โดยเฉพาะการรวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายให้มาอยู่ในระบบเดียว เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงข้อมูลและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น.



