ในช่วงน้ำท่วม น้ำ เป็นพาหะนำโรค แมลง สัตว์ร้ายอื่นๆ มาใกล้ตัวเราได้ต้องระวังรักษาความสะอาด ในกลุ่มผู้ประสบภัยก็ต้องการปัจจัยสำคัญคือ ยา พลาสเตอร์ ผ้าพันแผล นพ.พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคและภัยสุขภาพที่ต้องระมัดระวังในช่วงน้ำท่วม ได้แก่ 1.กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ คือโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดบวม 2.กลุ่มโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ คือโรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วง 3.กลุ่มโรคที่มักเกิดตามมากับน้ำท่วมคือโรค ไข้ฉี่หนู โรคไข้เลือดออก และโรคตาแดง หรือเยื่อบุตาอักเสบ ส่วนภัยสุขภาพที่ต้องระวัง คือแมลงหรือสัตว์มีพิษ เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ แนะสำรวจรอบบ้านและเสื้อผ้าก่อนสวมใส่ จัดเก็บสิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ หากพบเห็นสัตว์มีพิษควรตั้งสติให้ดีและเรียกผู้ชำนาญมาช่วย
นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า อีก 1 โรคสำคัญที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในสถานการณ์น้ำท่วมคือโรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดง ซึ่งน้ำที่ท่วมขังก็อาจจะมีเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย เมื่อน้ำที่สกปรกนั้นกระเด็นเข้าตาเรา ก็จะเกิดการติดเชื้อไปอย่างรวดเร็ว อาการรุนแรงที่สุดจะมีอาการอักเสบ เคืองตาอย่างรุนแรง น้ำตาไหล มีขี้ตามากจะเกิดได้ภายใน 1-2 วัน และระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 2 สัปดาห์
หรือหากเกิดจากติดเชื้อไวรัส หนังตาจะบวม น้ำตาไหลมาก ต่อมน้ำเหลืองกกหูบวม ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ตาแพ้แสงหากติดเชื้อแบคทีเรียจะมีขี้ตาสีเขียว หรือสีเหลือง มีน้ำตาไหล ตาแฉะ มองเห็นไม่ชัดและหากเกิดจากการแพ้ จะรู้สึกคันตา แสบตา มีน้ำตาไหล
สำหรับวิธีการป้องกันโรคตาแดง ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย งดใช้ของร่วมกับผู้ป่วย หลีกเลี่ยงฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา หมั่นดูแลรักษาความสะอาด ล้างมือให้สะอาด เลี่ยงการเอามือไปสัมผัสดวงตาบ่อยๆไม่อยู่ในพื้นที่แออัด หากจำเป็นต้องสวมแว่นกันแดด กันฝุ่น กันลมช่วยและควรระวังไม่ให้แมลง หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา
ส่วนการรักษาโรคตาแดงนั้นหากมีอาการตาแดง ควรพักผ่อน ลาหยุดงานจนกว่าจะหายเพื่อลดการระบาดของโรค และสามารถใช้น้ำตาเทียมช่วยหากมีอาการระคายเคืองตามาก และควรพบจักษุแพทย์เพื่อรักษาโรคต่อไป
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ส่วนโรคผิวหนังที่ต้องระวังในช่วงอุทกภัยและมักเกิดในหน้าฝนนั้นที่พบบ่อยมี 6 โรค ได้แก่ โรคเกลื้อน โรคกลาก โรคน้ำกัดเท้า โรคเท้าเหม็น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง การป้องกันตนเองสามารถทำได้โดย การอาบน้ำ สระผม ทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากเดินฝน หลังลุยน้ำควรล้างมือ ล้างเท้า ด้วยสบู่และน้ำสะอาดแล้วเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ สวมเสื้อผ้าที่สะอาด เสื้อผ้าที่แห้งสนิทไม่อับชื้น
หากต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูท หรือรองเท้าที่สามารถป้องกันน้ำได้ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า และปิดแผลหรือรอยถลอกให้มิดชิด เมื่อมีอาการผิดปกติทางผิวหนังที่มีความรุนแรงมากขึ้นแนะนำให้พบแพทย์เพื่อการรักษาที่ทันเวลา
พญ.ชนิศา เกียรติสุระยานนท์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติม โรคเกลื้อน เป็นผื่นวงกลมหลายวง มีขุยละเอียด สีแตกต่างกัน เกิดบริเวณลำตัว เช่น หลัง หน้าอก ท้อง ไหล่ คอ ผู้ที่มีเหงือออกมาและใส่เสื้อผ้าอับชื้น โรคกลาก เป็นผื่นวงมีขอบเขตชัดเจน มีขุย เริ่มด้วยอาการคัน ผื่นแดงต่อมาจะลามเป็นวงออกไปเรื่อย ๆ และมักจะคันมาขึ้น โรคน้ำกัดเท้า มีการระคายเคืองผิวหนังจากความอับชื้น เมื่อสัมผัสสิ่งสกปรกบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง หลังฝนตกเกิดผื่นตามเท้าและซอกนิ้วเท้า บางรายอาจติดเชื้อหรือเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
โรคเท้าเหม็น มีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดบริเวณผิวหนังชั้นนอก มีอาการเท้าลอก เท้าจะมีกลิ่นรุนแรงมากกว่าปกติ มีหลุม รูพรุนเล็กๆบริเวณเท้าและง่ามเท้า โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เนื่องจากอุณหภูมิและความชื่นของอากาศเปลี่ยนแปลงไป ผิวหนังมีผื่นแดง แห้งลอก มีอาการคันมากบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา และซอกคอ และผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง ฤดูฝนจะมีการเพิ่มจำนวนของแมลง เช่น ยุง หมัด ไร ด้วงก้นกระดก หากสัมผัสอาจเกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบได้



