เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบริเวณแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ พบว่าสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำในพื้นที่ส่วนใหญ่ลดลงแล้ว ส่งผลให้ประชาชนเริ่มทยอยออกมาสำรวจความเสียหายของทรัพย์สิน ทั้งบ้านเรือน ร้านค้า ตลอดจนยานพาหนะ โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ขณะเดียวกันพบว่าผู้ประสบภัยบางรายเริ่มได้รับการติดต่อจากบริษัทประกันภัย ซึ่งลงพื้นที่เพื่อสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการชดใช้ตามขั้นตอน
สำหรับพื้นที่แฟลตคลองจั่นได้รับผลกระทบจากน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยประชาชนในพื้นที่ระบุว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 เมตร ภายในเวลาไม่นาน ทำให้ต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินและยานพาหนะขึ้นไปไว้ในพื้นที่สูง ขณะที่หลังระดับน้ำลดลงได้เกิดคราบโคลน ขยะ และสิ่งสกปรกตกค้างเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนต้องช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่และจัดการสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย

นายศิริศักดิ์ หงษ์สัจจากุล อายุ 54 ปี ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดที่ 26 คลองจั่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้จัดการทรัพย์สินส่วนตัวของตัวเองที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากต้องให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและดูแลคนในชุมชนก่อน โดยขณะนี้คนในอาคารต่างช่วยกันทำความสะอาดและจัดการพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวมีคราบโคลนและสิ่งสกปรกตกค้างจำนวนมาก โดยกลิ่นในช่วงวันที่เกิดเหตุนั้นรุนแรงมาก แต่ขณะนี้กลิ่นเริ่มเบาบางลงแล้ว เนื่องจากคราบโคลนถูกแดดและน้ำฝนจนแห้ง อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้แห้งมากเกินไปจะทำความสะอาดได้ยาก เพราะคราบโคลนจะติดแน่น ทั้งนี้ ในช่วงที่น้ำท่วม ขยะและสิ่งของต่าง ๆ ถูกน้ำพัดและลอยมาตามคลอง ก่อนจะเข้าไปกองรวมกันในพื้นที่ชุมชน
นายศิริศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังน้ำลด คนในอาคารและคนในชุมชนช่วยกันทำความสะอาดและเกลี่ยสิ่งสกปรกออกจากพื้นที่ โดยมองว่าขณะนี้ทุกคนยังมีความสามัคคีและช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันสิ่งของจำนวนมากที่ถูกน้ำพัดมาจากพื้นที่อื่นยังคงตกค้างอยู่ โดยเฉพาะบริเวณริมคลอง

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า น้ำเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง อาคารและพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบอย่างหนัก รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณด้านล่างถูกน้ำท่วม จึงต้องช่วยกันลากขึ้นไปไว้บริเวณชั้น 1 ก่อนที่ภายหลังจะช่วยกันนำลงมาเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย โดยคนในอาคารช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่
นายศิริศักดิ์ กล่าวถึงการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐว่า ในช่วงแรกประชาชนในพื้นที่ต้องพึ่งพาและช่วยเหลือกันเอง เนื่องจากหลายหน่วยงานก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน โดยเฉพาะสำนักงานเขตบางกะปิบริเวณสี่แยก ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย จึงทำให้การช่วยเหลือบางส่วนยังไม่สามารถเข้ามาได้ในทันที

นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการให้เข้ามาดำเนินการเป็นอันดับแรกคือการเก็บขยะและทำความสะอาดพื้นที่ เนื่องจากขยะตกค้างเป็นจำนวนมาก ทั้งขยะที่ถูกน้ำพัดเข้ามาและขยะของอาคารเอง โดยขยะในพื้นที่ไม่ได้รับการจัดเก็บมาระยะหนึ่งแล้ว จึงต้องให้เจ้าหน้าที่และคนในพื้นที่ช่วยกันรวบรวมและนำมาวางไว้เป็นจุด ๆ เพื่อรอการจัดเก็บ
ส่วนเรื่องความช่วยเหลือสำหรับประชาชนในชุมชน นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือชุมชนในลักษณะใด เนื่องจากแม้ตัวอาคารจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ภายในต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ไม่สามารถเดินทางออกไปไหนได้ในช่วงแรก และต้องใช้ชีวิตอยู่กับข้อจำกัดด้านสาธารณูปโภค

นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากผ่านช่วงแรกไปแล้ว เริ่มมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่ในช่วงแรกประชาชนในพื้นที่ต้องดูแลกันเอง โดยเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปาเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
สำหรับไฟฟ้า นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า จำได้ว่าไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ในช่วงกลางคืนและมีการจ่ายไฟอีกครั้งในช่วงเช้า แต่ไม่สามารถระบุวันเวลาที่แน่ชัดได้ ขณะที่เรื่องน้ำใช้ ในช่วงที่ยังไม่มีน้ำประปาเพียงพอ คนในอาคารต้องช่วยกันจัดหาน้ำมาใช้ โดยมีการนำน้ำมาเก็บไว้และแบ่งกันใช้ภายในอาคาร

นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า ช่วงแรกที่มีน้ำใช้ มีน้ำจากก๊อกเพียงจุดเดียวที่คนทั้งอาคารต้องใช้ร่วมกัน ทุกคนจึงต้องช่วยกันจัดภาชนะมาเรียงไว้เพื่อรอรับน้ำและแบ่งกันใช้ นอกจากนี้ยังมีการจัดหาน้ำสำหรับอาบ แต่สามารถใช้ได้ในปริมาณจำกัด ส่วนการใช้ห้องน้ำ ประชาชนต้องใช้น้ำที่ตักจากพื้นที่น้ำท่วมมาใช้ในบางส่วน
นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะในช่วงที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่สามารถใช้พัดลมได้ ทำให้ภายในอาคารมีอากาศร้อน โดยสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างมากในช่วงแรกคือ “น้ำกับไฟ” เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต ไม่ใช่เพียงอาหารและสิ่งของบริจาคเท่านั้น

“ถ้าเราได้ตั้งแต่วันแรก เราไม่ลำบาก สิ่งสำคัญคือต้องการน้ำกับไฟ เพราะว่ามันทำอะไรได้มากกว่านั้น” นายศิริศักดิ์ กล่าว
นายศิริศักดิ์ กล่าวอีกว่า ช่วงที่ไม่มีน้ำใช้เพียงพอ ประชาชนบางส่วนไม่สามารถอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ตามปกติ เมื่อสามารถกลับมาใช้น้ำและไฟฟ้าได้ จึงทำให้ทุกคนรู้สึกสบายตัวและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้มากขึ้น รวมถึงสามารถดูโทรทัศน์ ชาร์จโทรศัพท์มือถือ และติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอกได้
สำหรับความกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำ หากมีฝนตกลงมาอีก นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีความกังวลมากนัก และเชื่อว่าสถานการณ์ไม่น่าจะกลับมาท่วมซ้ำในลักษณะเดิม เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำในคลองลดลงแล้ว โดยมองว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้พื้นที่แฟลตคลองจั่นได้รับผลกระทบในครั้งนี้เกี่ยวข้องกับระดับน้ำในคลองแสนแสบที่เพิ่มสูงขึ้น หากระดับน้ำในคลองแสนแสบสามารถลดลงได้ พื้นที่บริเวณแฟลตคลองจั่นก็จะไม่เกิดน้ำท่วมในลักษณะดังกล่าว พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำในคลอง

ขณะเดียวกัน นายศิริศักดิ์ กล่าวถึงบรรยากาศภายในอาคารว่า แม้จะได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม แต่คนในอาคารยังคงช่วยเหลือและดูแลกันเป็นอย่างดี โดยไม่ได้มีบรรยากาศว่าประชาชนต้องการย้ายออกจากพื้นที่ ตรงกันข้ามยังมีคนที่สนใจจะย้ายเข้ามาอยู่ เนื่องจากเห็นการบริหารจัดการและความสามัคคีของคนในอาคาร ตนได้รับคำชมจากคนในอาคารเกี่ยวกับการบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาในช่วงที่เกิดน้ำท่วม โดยที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนและคนรู้จักในการจัดหาสิ่งของจำเป็น รวมถึงคลอรีนสำหรับฆ่าเชื้อ ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงที่ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ทั้งนี้ หลังระดับน้ำลดลง ประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องเร่งทำความสะอาดคราบโคลน ขยะ และสิ่งของที่ถูกน้ำพัดเข้ามาตกค้าง รวมถึงรอการเข้ามาดำเนินการจัดเก็บขยะและฟื้นฟูพื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ประชาชนในแฟลตคลองจั่นยังคงช่วยเหลือกันเองเพื่อให้พื้นที่กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด.



