จากบทบาทนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลจนกลายเป็นที่รู้จักของสังคม ล่าสุด “ทราย สก๊อต” หรือ “ทราย สมุทร” (สิรณัฐ สมุทร) ที่ได้เดินทางมาร่วมงานเปิดตัว COLLABORATION สุดพิเศษ “CATHY DOLL x PSI SCOTT” ECO HEART SUNSCREEN ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พร้อมเปิดใจถึงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน พร้อมยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่เคยกลัวที่จะพูดถึงประเด็นทางการเมืองหรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล แม้จะถูกหมายหัว เผยพร้อมใช้พื้นที่สื่อที่มีขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม การคุกคามทางเพศ พร้อมอัปเดตคดีความกับบริษัทเรือที่สืบพยานจบแล้ว อยู่ระหว่างรอคำพิพากษาในเดือนหน้าด้วย

ทราย เผยว่า “ทรายก็รู้สึกว่างานทรายมันก็เติบโตมากขึ้นนะ ทรายคิดว่าทุกคนน่าจะเห็นด้วย เพราะว่าจาก 4-5 เดือนที่แล้ว บทบาททรายก็ใหญ่ขึ้นนะครับ แล้วทรายก็รู้สึกว่าทรายมีความรับผิดชอบเยอะขึ้น ทรายรู้สึกว่าทุกโอกาสที่ทรายมี ที่มีคนฟังเรา ที่คนใส่ใจกับตัวเรา ทุกครั้งที่เรามีแสง เราต้องการที่จะใช้แสงนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทรายไม่มีวันลืมว่าทรายมาจากทะเล ทรายเป็นคนไทย เลยแน่นอนทรายไม่กลัวที่จะพูดเรื่องการเมือง ทรายไม่กลัวที่จะพูดเรื่องในสิ่งที่ทรายคิดว่ามันถูกนะครับ สรุปแล้วงานก็คืองาน แต่ทรายทุกวันยังเป็นคนไทยที่อยู่ในประเทศนี้ ทุกเรื่องการเมืองมันกระทบทราย ทรายก็ต้องพูด แล้วทรายรู้ว่าทรายมีจุดยืนพิเศษที่ทรายสามารถพูดได้ แต่ทรายก็จะพูด พูดตลอดเวลา พูดเยอะมากเลย พูดจนโดนหมายหัวครับ ถามว่าตอนนี้เป็นอุปสรรคที่ยังแก้ไม่ได้บ้าง ทรายคิดว่าตั้งแต่ปีที่แล้วที่ทรายเป็นคนที่คนรู้จักครับ มันก็เป็นมิติของการที่คนรู้จักเราในแบบใหม่นะ ทรายคิดว่าสำหรับประเทศไทยอ่ะ แล้วด้วยเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้วคนรู้จักทุกอย่างเกี่ยวกับเรา แล้วเราไปประท้วงอิสราเอล เราไปคัดค้านเขื่อน ทรายรู้ว่านี่คือบทบาทของเรา นี่คือสิ่งที่เรารักที่จะทำ อุปสรรคก็คือเราเจอคนเยอะ เราต้องคัดกรองคน เราต้องระวังคน แต่ทรายเชื่อว่าตอนเราพูดในสิ่งที่มันถูกต้อง มันก็มีสิ่งที่ปกป้องเราอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องอิสราเอลตั้งแต่เป็นกระบอกเสียงออกมาพูดถึงตอนนี้ มีความคืบหน้าอะไรบ้าง ทรายอยากพูดว่าหลายๆ เรื่องที่ทุกคนในประเทศนี้ประท้วงมาตั้งแต่ต้นปี มันไม่มีการขยับหรือขับเคลื่อนเลย เพราะว่ารู้ไหมว่าทำไม เพราะมันคือรัฐบาลเรา คือทุกอย่างที่เราโยนเข้าไปให้เขาใส่ใจกับพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วม เรื่องอุทกภัยต่างๆ เขื่อน สัตว์ เขาไม่ฟังเรา แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราหยุดพูด เราหยุดที่จะประท้วง หรือแสดงความไม่พอใจ เพราะว่าเขาทำงานแล้วอยู่ได้เพราะภาษีของเรา ไม่ว่าเขาจะใส่ใจหรือไม่ใส่ใจกับประเทศเราหรือเปล่า เราไม่ควรคิดตรงนั้นแล้ว เพราะว่าเราทำได้เท่าที่เราจะทำได้ เราอย่าปล่อยให้เขาอยู่นิ่งแล้วสบายใจครับ (หรือมีปัญหาอื่นๆ เข้ามา ทำให้คนไปโฟกัสเรื่องอื่น?) ถ้าเกิดเรามีคณะรัฐบาลที่ทำงานได้จริงจังนะครับ เราคงไม่ต้องแตกเสียงไปพูดประท้วงหลายๆ เรื่องหรอก จริงๆ นะ ผมเห็นคลิปที่คนที่ติดอยู่ในตึกตอนน้ำท่วมตะโกนร้อง มันมีใครที่ดูคลิปแล้วไม่อยากร้องได้อ่ะ มันโคตรหดหู่เลยอ่ะ ชีวิตของคนในประเทศเราต้องเรียกร้องเพื่อจะให้รัฐบาลใส่ใจ มันไม่ใช่การเป็นอยู่ที่มันคู่ควรกับประเทศเรา คนไทยของเราเลย ทั้งๆ ที่เราจ่ายภาษี เราดูแลกันเอง คุณยังจะมาให้เราควักเงินของเราเองไปช่วยเหลือกันเองด้วยเหรอ แบบนี้มันไม่ใช่การไถประชาชนสำหรับเงินภาษีเหรอครับ ถ้าเกิดคุณจะเอาเงินของเรา แล้วไม่ทำงาน ทรายรู้สึกว่าถ้าเกิดเขาไม่อยากทำงาน เราก็ไปที่อื่น แต่คือทรายรู้สึกได้ว่าความเป็นไทย หัวใจของคนไทยมันถูกเหยียบย่ำมากช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต่างชาติ เรื่องรัฐบาลเราเอง มันรับไม่ไหวจริงๆ ครับ ทรายก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แต่รู้ว่าหยุดไม่ได้ เราต้องพูดต่อ เราจะไม่ให้ความไม่ใส่ใจของเขาเป็นจุดที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย เขายิ่งเงียบ เราต้องยิ่งพูด”

ทราย เผยว่า ส่วนที่ถามว่าพอเรายิ่งพูดออกมาเยอะๆ ก็เลยเริ่มโดนหมายหัว เริ่มมีการคุกคามเราเกิดขึ้น ใช่ ทรายก็รู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมรัฐบาลเราไม่ปกป้องคนที่ออกมาพูดเรื่องพวกนี้ แต่คือเขายังไม่ปกป้องคนที่โดนอุทกภัยเลย เขาจะมาปกป้องทรายทำไม แต่ทรายก็รู้สึกภูมิใจนะ เพราะว่าอิสราเอลมันเป็นประเทศที่มันชอบฆ่าล้างเด็กเลยถ้าเกิดเราอยู่โดนเขาหมายหัว แสดงว่าเราก็อยู่ในฝั่งที่ต่อต้านสิ่งที่มันผิดนะครับ แล้วทรายก็เชื่อว่าทรายน่าจะเป็นคนที่หน้าตาดีที่สุดในบัญชีหมายหัวของเขา (หัวเราะ) มันไม่ได้สำคัญหรอก อันนี้คือทรายแค่พูดเล่น (เจอคนคุกคามหรือยัง?) ส่วนมากนะครับ จริงๆ สิ่งที่ทรายจะเจอไม่ใช่คุกคามทางชีวิต แต่จะเป็นคุกคามทางเพศ คือคนอาจจะไม่ได้คิดนะ แล้วดาราหลายคนอาจจะไม่พูด แต่ตอนเราเป็นคนที่คนอื่นรู้จักครับ แล้วเป็นคนที่อาจจะภาพลักษณ์หน้าตาดีนะครับ คนเขาก็อยากแตะต้องตัวเราในมิติที่มันไม่ได้มีการยินยอม บางทีเขาคิดว่าแบบเราเป็นคนที่มีแสง เราจะไม่ได้ใส่ใจกับการกระทำเล็กน้อยหรอก แต่ยังไงเราก็เป็นคน คือบางทีคนเข้าไปจับต้นขา ซึ่งแบบเราไม่รู้จักคุณ แต่คือจุดที่ทรายต้องการที่จะพูดเรื่องพวกนี้คือเพราะว่าเราต้องการให้เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ คุณเจอคุณพูดได้ ไม่ต้องรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่แบบมันแย่ คุณพูดไม่ได้ ทุกคนในห้องนี้นักข่าวทุกคน ทรายเชื่อว่าโดนคุกคามทางเพศเสมอ มันไม่ได้เกี่ยวกับหน้าตาอย่างเดียวนะครับ มันแค่เกี่ยวกับความวิปริตของคน เราควรสร้างพื้นที่สังคมที่ใครก็ได้พูดได้ ไม่ต้องกลัว อย่าทน พูดไปเถอะ

อย่างเช่นล่าสุดเรื่องกองขยะนะ คนที่พาชมงานบางคน เขาก็แบบจับต้นขาเราแบบขอถ่ายรูปด้วย ซึ่งทรายก็แบบเราไม่รู้จักคนเลย คือเราเจอคนเดือนละประมาณพันกว่าคน มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่เจอคนที่แปลกๆ นะครับ แต่นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเรื่องราวที่ทรายเจอจากครอบครัวมันสำคัญที่เราพูดไง มันสร้างบรรทัดฐานที่ทำให้คนพูดเรื่องพวกนี้ได้ ทรายเชื่อเลยว่าตั้งแต่ที่ทรายพูดเรื่องครอบครัว เด็กๆ คนอื่นๆ ในสังคมรู้สึกพูดได้มากขึ้น นี่คือสิ่งสำคัญ สังคมที่ตื่นตัวในเรื่องนี้คือสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและก็เหยื่อทุกๆ คนครับ ถ้าถามว่าที่เราเจอมันทำให้ความรู้สึกเราย้อนไปตอนที่เราเคยเจอตอนเด็กๆ มั้ย แน่นอนนะครับ คือแผลที่เป็นแผลแม้ว่ามันหายแล้ว มันเป็นเหมือนอะไรที่เราจำแล้วระแวง แต่นั่นก็คือมันคือมุมหนึ่งของชีวิตเรา แต่มันมีมุมอื่นๆ ที่มันเป็นของเรา อย่างเช่นงานที่ทรายทำ เพื่อนที่ทรายมี และบทบาทที่ทรายมีในประเทศนี้ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทราย แต่จิตใจทรายตอนนี้คือทรายดีขึ้นตั้งแต่ที่ทรายพูดสิ่งที่เราเจอมาครับ เราไม่ใช่เหยื่อแล้ว เรากลายเป็นผู้รอดภัย แล้วเราก็สามารถพูดได้เยอะ ทรายเห็นนะว่าคนเขาแชร์ที่ทรายทำอีโมจิหัวเราะต่อภาพสินค้าแบรนด์หนึ่งที่ไม่มีใครซื้อ แม้กระทั่งน้ำท่วม คือของพวกนี้มันย้ำเตือนเราว่าสังคมเรามีจรรยาบรรณ ทรายไม่ชอบตอนที่คนพูดว่า “นี่แหละประเทศไทย” หรือแบบ “ประเทศไทยขี้ลืม” ทรายดูจากภาพบน Twitter ที่คนแบนสินค้าไม่มีใครลืม (แสดงว่าจิตใจเราดีขึ้น 100% ?) ทรายภูมิใจกับตัวเองในทุกอย่างที่ทำ แล้วทรายพร้อมที่จะสู้เพื่อประเทศไทยในทุกๆ มิติ คุณจะให้ทรายไปคัดค้านเรื่องสิ่งแวดล้อม ทุกเรื่อง มันคือหน้าที่ของทรายแล้วตอนนี้ ก็ขอให้สังคมปกป้องทรายระหว่างที่ทรายทำงาน เพราะทรายลุยเต็มที่ คุณจะให้ทรายด่านักการเมืองคนไหนบอกมาเลย อาจจะไม่ได้ด่าตรงๆ นะ แต่อาจจะแบบโพสต์การ์ตูนที่หน้าตาคล้ายๆ กัน แต่ทรายแน่นอน ทรายเปิดค้านทุกเรื่องที่ไม่ดีต่อประเทศไทย

ทราย เผยทิ้งท้ายว่า “ส่วนเรื่องคดีก็ของที่บริษัทเรือที่ฟ้องทรายตั้งแต่ปีที่แล้ว เราก็พยายามคุยแล้ว แต่ก็อีกฝ่ายก็คงไม่รู้สึกสบายใจ เลย เราก็รอคำพิพากษาจากศาลเดือนหน้านะครับ ก็เคารพกฎหมายประเทศไทย ไม่ได้เป็นเหมือนคนไฮโซหรือนักการเมืองที่จะหนีประเทศนะครับ ไม่ได้กลัวกฎหมาย แล้วทรายเคารพประเทศเรา ตอนนี้ก็ผ่านการไกล่เกลี่ยหรือเจรจาไปแล้ว ทรายไปสืบพยานอะไรจบหมดแล้วครับ รอคำพิพากษา แต่ก็รู้ว่านักอนุรักษ์ก็เจอเรื่องแบบนี้แหละ ทุกคนก็รู้ฮะ ไม่โดนหมายหัวบ้างก็โดนคดีบ้าง แต่ก็โอเคครับ (ถ้าสุดท้ายเราโดนคดีเรื่องนี้?) คือทรายรู้ว่าใจทรายทำเพราะอะไร นั่นคือสิ่งเดียวที่สำคัญสำหรับทราย แล้วทรายคิดว่าสังคมก็สัมผัสได้ว่าคนทำจากใจ ก็โอเค”
ขอบคุณภาพ : ทราย สมุทร – Psi Samut Ψ



