เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ สส.ไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เดินทางกลับหลังเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. กรณีถูกกล่าวพาดพิงถึงสามี โดยระบุว่า การแจ้งความครั้งนี้เป็นการรักษาสิทธิของตัวเองและครอบครัว และแจ้งดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยขั้นตอนทั้งหมดอยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย และหลังจากนี้ตำรวจและทนายความจะหารือกันต่อไป

น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การแจ้งความหมิ่นประมาท นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทราบดีว่าจะต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาลว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ โดยจะพิจารณาตามข้อกฎหมาย หากผู้ใดมีความผิดก็ต้องได้รับผลของการกระทำ แต่หากพิสูจน์แล้วพบว่าสิ่งที่กล่าวถึงเป็นความจริงหรือมีหลักฐานก็ยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูล และให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

“คนที่ผิดก็ผิด และถ้าคนที่มีความผิดยังไง ไม่ว่าจะเป็นด้วยคำพูดอะไรก็ตาม ก็ต้องได้รับผลของการกระทำ แต่ถ้าพิสูจน์แล้วปรากฏว่า หากเป็นความจริงหรือมีหลักฐาน ยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูล คนที่ผิดก็ว่าไปตามผิด” น.ส.สุชาดา กล่าว

น.ส.สุชาดา กล่าวว่า โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวถึงสามีของตน ตนยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลตามกระบวนการ พร้อมยืนยันว่าตนเองและครอบครัวเป็นผู้บริสุทธิ์ และการเดินทางมาที่ บก.ปอท.ครั้งนี้เป็นการรักษาสิทธิของตัวเอง และพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมาธิการจะเรียกไปชี้แจงในวันที่ 7 ต.ค. น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเอกสาร หากมีหนังสือมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ ก็พร้อมไปชี้แจง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นหนังสือดังกล่าว

น.ส.สุชาดา กล่าวถึงประเด็นที่มีการกล่าวถึงเงินเกือบ 2,000 ล้านบาท ว่า เป็นข้อกล่าวหาเดิมที่มีการพูดถึง และการเดินทางมาที่ บก.ปอท.ครั้งนี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมตัวและหารือกับสามีเกี่ยวกับเส้นทางการเงินหรือรายรับจำนวนเกือบ 2,000 ล้านบาท น.ส.สุชาดา กล่าวว่า แน่นอนว่าต้องมีการหารือกัน แต่ไม่ได้จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่แล้ว และจากนี้จะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ว่าใครถูกใครผิด

น.ส.สุชาดา กล่าวว่า การกล่าวถึงบุคคลโดยไม่มีหลักฐานและทำให้ครอบครัวของตนเองได้รับความเสียหาย เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และนายรังสิมันต์ไม่ได้มีเจตจำนงที่จะรับผิดชอบหรือถอนคำพูดที่ไม่ใช่เรื่องจริงและพิสูจน์ไม่ได้

“มีหลักฐานแล้ว ทำไมไม่เปิดล่ะคะ ท่านจะมาพูดจาเลื่อนลอยทำไมคะ ที่นี่คือสภา ประชาชนดูอยู่ทั้งบ้านเต็มไปหมด ท่านเป็น สส. ก่อนจะพูดอะไร หลักฐานต้องมีกองแล้ว ต้องมีการพิสูจน์ได้ ท่านพูดเฉยๆ โดยที่สามีของตนเองไม่สามารถมาชี้แจงในสภาได้ เป็นการเอาเปรียบโดยตำแหน่งของท่าน ซึ่งตนเองไม่เห็นข้อเท็จจริง ทั้งนี้ หากในอนาคตมีหลักฐานก็พร้อมที่จะพิสูจน์ เพราะไม่มีอยู่แล้ว” น.ส.สุชาดา กล่าว

น.ส.สุชาดา กล่าวด้วยว่า ตนเองได้ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างตามกฎหมายด้วยความถูกต้อง และพร้อมที่จะพิสูจน์ แต่ไม่ยอมรับการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน “ดิฉันชี้แจงบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างตามกฎหมาย ด้วยความถูกต้องทุกอย่าง พร้อมค่ะ พร้อมที่จะสู้ค่ะ แต่รับไม่ได้ ท่านอย่ามากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ท่านโตแล้วค่ะ” น.ส.สุชาดา กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงการให้กู้เงิน 1,400 ล้านบาท และมีการคืนเงิน 100 ล้านบาท รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าเส้นทางการเงินไม่สอดคล้องกัน น.ส.สุชาดา กล่าวว่า มีเอกสารชี้แจงเรื่องดังกล่าวทั้งหมด และเงินที่จ่ายคืนกลับมาก็มีเอกสารประกอบ

น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อกล่าวหาหรือข้อพิสูจน์ว่าสามีของตนทำผิด และบริษัทที่สามีทำงานหรือก่อตั้งขึ้นอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาลในเรื่องความโปร่งใสสูง พร้อมระบุว่า คดีที่มีผู้กระทำผิดก็มีการจับกุมไปแล้วบางส่วน “ดิฉันแต่งงานกับสามี ก็คิดว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์นะคะ ดิฉันก็คิดว่าทรัพย์สินที่เขามี มีมาก่อนที่จะเจอดิฉันด้วยซ้ำ ฉะนั้น ถ้าเขาเป็นคนไม่ดี ดิฉันคงไม่แต่งงานกับเขาหรอกค่ะ”