เมื่อวันที่ 3 ต.ค. น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีที่พรรคไทยสร้างไทยเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่ที่ปรับสูงขึ้นในบางพื้นที่นั้น รัฐบาลเห็นตรงกันว่าไข่ไก่เป็นอาหารจำเป็น และราคาที่สูงขึ้นย่อมกระทบค่าครองชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวรายได้น้อยและผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย แต่ต้องชี้แจงว่ามาตรการหลายเรื่องที่มีการเรียกร้องนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว โดยกรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับผู้เลี้ยงไก่ไข่ ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก และห้างค้าปลีก-ค้าส่ง โดยขอความร่วมมือผู้ส่งออกลดปริมาณการส่งออกลง 30-50 เปอร์เซ็นต์ และเลื่อนแผนการส่งออกบางส่วน เพื่อเพิ่มปริมาณไข่ไก่ในประเทศ พร้อมประสานงานกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ให้เพิ่มคำสั่งซื้อ และเร่งกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ปรับเพิ่มราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม

“เรารับฟังข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งเพิ่มไข่เข้าสู่ตลาด แต่ต้องบอกประชาชนด้วยว่าเรื่องนี้ไม่ได้รอให้มีใครออกมาเรียกร้องแล้วจึงเริ่มทำ กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานทั้งผู้ผลิต ผู้ส่งออก และห้างให้เพิ่มปริมาณไข่ในประเทศไปแล้ว เป้าหมายสำคัญตอนนี้คือทำอย่างไรให้ไข่จากฟาร์มไปถึงมือประชาชนได้เร็วและในราคาที่เป็นธรรมค่ะ” น.ส.ลลิดา กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การที่ราคาหน้าฟาร์มยังไม่ปรับขึ้น ไม่ได้หมายความว่าราคาขายปลีกทุกจุดจะไม่มีปัญหา กรมการค้าภายในจึงส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบร้านค้าที่มีการร้องเรียนเรื่องการปรับราคา หากพบว่าไม่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง หรือมีการปรับราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนกรณีมีการระบุว่าไข่ไก่เบอร์ 0 บางแห่งจำหน่ายราคาฟองละ 6.50 บาทนั้น ขอให้แจ้งพื้นที่และจุดจำหน่ายให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เพราะไม่ควรนำราคาที่พบในบางจุดไปสรุปว่าเป็นราคาทั่วประเทศ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลจะไม่มองข้ามความเดือดร้อนของประชาชนแม้จะเกิดขึ้นเพียงบางพื้นที่

“เรื่องนี้วัดกันที่ผลลัพธ์ ไม่ใช่ว่าใครพูดก่อนหรือใครเรียกร้องก่อน รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนมีไข่เพียงพอและซื้อได้ในราคาที่เป็นธรรม หากประชาชนพบการจำหน่ายในราคาที่ผิดปกติ หรือสงสัยว่าถูกเอาเปรียบ แจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ” น.ส.ลลิดา กล่าว.