เมื่อวันที่ 3 ต.ค. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักรพันธุ์ โอสถากันต์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สส.2 บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ เข้าตรวจค้นโกดัง 2 จุดในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และโกดังบริษัทขนส่งชิปปิ้งเอกชนแห่งหนึ่ง ซอยสะแกงาม 26 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา รวม 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้า ชนิดใช้แล้วทิ้ง ยี่ห้อมาร์โบ จากทั้ง 2 จุด รวมของกลาง จำนวน กว่า 1.3 หมื่นชิ้น รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 5.2 ล้านบาท
จากการตรวจค้นจุดแรกอยู่ในซอยคู่ส้าง-ประชาอุทิศ ใกล้กับปากทางเข้าหมู่บ้านสยามนิเวศน์ 2 หมู่ที่ 9 ตำบลในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ ลักษณะเป็นตึกแถว 3 ชั้น ตรวจสอบพบคนงาน รวม 3 คนเป็น ชาย 2 หญิง 1 คน ทั้งหมดสัญชาติเมียนมา จึงจับกุมพร้อมตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งหลากหลายยี่ห้อ จำนวนประมาณ 5,000 ชิ้น โดยทั้งหมดรับว่ามีหน้าที่แพ็กของ และเป็นจุดกระจายส่งขายผ่านออนไลน์
ส่วนบริเวณจุดที่สองอยู่เป็นโกดังในซอยสะแกงาม 26 เปิดกิจการบริษัทชิปปิ้งขนส่งนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ลักษณะเป็นโกดังชั้นเดียว ตรวจสอบภายในโกดัง พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง ยี่ห้อมาร์โบ หลากหลายรสชาติ บรรจุซุกซ่อนอยู่ในลังกระดาษ ประมาณ 40 ลัง ภายในมีบุหรี่ไฟฟ้า จำนวนประมาณ 8,000 ชิ้น จึงตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง

พล.ต.ต.โชติวัฒน์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศเร่งรัดปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากที่เมื่อวานนี้มีจับกุมในพื้นที่ฝั่งธนฯ ยึดของกลางกว่า 100 ล้าน
โดยวันนี้มีการเข้าตรวจค้น 2 จุดในพื้นที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ตรวจยึดของกลางทั้งหมด 5,000 ชิ้น และชุดสืบสวนนครบาลและ สน.แสมดำ ร่วมกันตรวจค้นโกดังแห่งนี้ ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งนำเข้าจากต่างประเทศ ตรวจยึดของกลางได้อีกกว่า 8,000 ชิ้น ซึ่งยังไม่ได้มีการกระจายของออก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ที่สั่งนำเข้า หรือผู้มารับสินค้าลอตนี้ต่อ บุหรี่ไฟฟ้าชนิดนี้ราคาประมาณ 350-400 บาท ซึ่งเป็นยี่ห้อที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและอยู่ในช่วงขาดตลาด ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันสิ่งของเหล่านี้แพร่ระบาดกับเยาวชนสูบแล้วเสียสุขภาพ

จากการสืบสวน เชื่อว่าสินค้าลอตนี้ไม่ได้มาจากทางเรือ แต่นำเข้ามาด้วยรถและไม่ใช่ทางใต้ ซึ่งคาดว่ามาจากทางภาคอีสาน หรือฝั่งประเทศลาว ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวเจ้าของมาดำเนินคดีต่อไป
เบื้องต้นจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร นำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและประกาศกระทรวงพาณิชย์ โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 5 เท่าของมูลค่าสินค้าและทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ขาย จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับของกลางบุหรี่ไฟฟ้าลอตที่ตรวจยึดได้จากบริษัทชิปปิ้งเอกชนย่านซอยสะแกงาม 26 ที่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ มีการนำเข้ามาพักไว้ที่โกดังเมื่อวานนี้ เพื่อรอกระจายต่อไปถึงผู้สั่งสินค้า ซึ่งคาดว่าเป็นของชาวจีนที่สั่งเข้ามา.



