เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระบายน้ำท้ายเขื่อนในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำป่าสักในอัตรา 656 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว 16 อำเภอ 205 ตำบล 1,345 หมู่บ้าน 58 ชุมชน รวม 53,457 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 รายในพื้นที่อำเภอเสนา ขณะที่หลายชุมชนในพื้นที่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงได้รับผลกระทบจากมวลน้ำจำนวนมาก เข้าท่วมถนน บ้านเรือน ทำให้ ร้านค้าในชุมเตรียมปิดตัว ชาวบ้านยาเรือเตรียมรับมือ
ชุมชน หมู่ที่ 5 ตำบลแคตก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีบ้านเรือนอาศัยติดกับแม่น้ำน้อย ซึ่งได้รับมวลน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมชั้นล่าง สูง 1–2 เมตร บางที่ดอนก็เตรียมพร้อมรับมือหลังยังพบว่าน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นางปิ่นมณี เกตุทิพย์ แม่ค้าร้านขายของชำในชุมชน เล่าว่า น้ำเริ่มสูงขึ้นมาตั้งแต่ช่วงฝนตกติดต่อกันหลายวัน มาจนถึงวันนี้น้ำก็ขึ้นมาเยอะ ซึ่งตนเองก็ได้จ้างคนมาช่วยหนุนร้าน เสริมความสูงข้าวของในร้าน ซึ่งในร้านน้ำท่วมประมาณ 1 เมตร ก็ต้องยอมไม่กล้าย้ายขึ้นไปถนนเพราะกลัวรถ ต้องมาแบกภาระเสียค่าจ้างมาช่วยอีก ซื้อของเข้าออกก็ลำบาก ต้องไปซื้อของนำมาลงเรือและเอาเข้าร้าน แต่ตอนนี้หยุดซื้อของแล้ว เพราะถ้าน้ำสูงขึ้นคงต้องปิดร้าน น้ำขึ้นมากกว่านี้ลูกค้าก็ออกจากบ้านมาซื้อของลำบากเช่นกัน
นายกนก เนื่องพิมพ์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านกำลังยาเรือ เตรียมพร้อมรับมือ เปิดเผยว่า น้ำขึ้นมาแล้วก็เตรียมยาเรือ แต่ธรรมดาต้องเตรียมก่อนหน้านี้ สมัยก่อน เดือน 5 ก็เตรียมแล้ว พอน้ำมาก็ใช้ได้เลย แต่ปีนี้คิดว่าน้ำไม่มา เราก็นึกว่าท่วมไม่มาก มาขึ้นช่วง 2–3 วัน ขึ้นมาเยอะมาก จึงต้องเร่งยาเรือ ยิ่งประกาศเขาว่า ระบายน้ำเพิ่มเราก็เตรียมไว้ดีกว่า ถ้าเท่าปี 54 บ้านก็คงมิดหลังคา ตอนนี้ใต้ถุนท่วมแล้ว สูงกว่า 1 เมตร เพราะตรงที่บ้านเป็นพื้นที่ต่ำ ถ้าตรงไหนดอนก็ยังสูง


ทั้งนี้ เรือไม้ที่ยาซ่อมใช้อยู่นี้อายุถ้าคนก็ประมาณ 80–90 แล้ว เป็นเรือไม้เก่า เห็นตั้งแต่เกิด สมัยเด็กก็สนุกกัน เรือลำนี้ผ่านมาไม่รู้กี่น้ำแล้ว อย่างว่าเรือไม้เดี๋ยวนี้คนไปนิยมเรือพลาสติก เรือไม้ก็จะหมดไป รวมถึงคนต่อเรือเก่งๆ อายุก็เยอะขึ้น หายากทุกวัน ตนเองยังคงเก็บรักษาไว้ พอหน้าน้ำก็นำมาเตรียมบำรุงรักษาใช้งานฝ่าวิกฤติน้ำท่วมเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา









