กรณีกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ทั้งศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นำนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่ 1 กว่า 200 คน เข้าค่ายรับน้องที่ค่ายลูกเสือเสาวลักษณ์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนจุดประทัดเสียงดังสนั่นและจัดกิจกรรมพิเรนทร์จนมีนักศึกษาบาดเจ็บหามส่งโรงพยาบาลปากช่องนานาถึง 9 ราย ทั้งถูกประทัดแตกใส่ตาและเกิดภาวะ Hyperventilation จากการสั่งสก็อตจั๊มพ์หนักเกินร่างกายรับไหว จนชาวบ้านสุดทนร้องฝ่ายปกครองและตำรวจ ตรวจสอบกลางดึก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สนั่นค่ายปากช่อง! นักศึกษาสถาบันดัง รับน้องโหดหามส่งโรงพยาบาล 9 ราย

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2569 นายสิริวัฒก์ ภัทรวิเศษพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.ปากช่อง เปิดเผยว่า หลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้เดินทางไปยังหน้าค่ายลูกเสือดังกล่าวอีกครั้ง พบว่าประตูด้านหน้าปิดเงียบ และได้รับรายงานว่ากลุ่มนักศึกษาทั้งหมดได้เก็บข้าวของและยกทัพเดินทางกลับกรุงเทพฯ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นเพราะมีการนำเสนอข่าว โดยเบื้องต้นยังไม่มีนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ฝ่ายปกครองได้มอบหมายให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่คอยสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก พร้อมระบุว่าค่ายลูกเสือแห่งนี้เปิดให้บริการมากว่า 25 ปี ไม่เคยได้รับการร้องเรียนเช่นนี้มาก่อน เหตุการณ์นี้จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญให้ผู้ประกอบการค่ายต้องตระหนักถึงความเดือดร้อนของชุมชนและกฎระเบียบสังคมด้วย