เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยระบุว่า ถ้าเงินภาษีสรรพสามิตถูกจ่ายตามระบบงบประมาณ เราจะเห็นการใช้เงินแต่ละปีของ สสส. แบบมีประสิทธิภาพ รู้หรือไม่ว่า สสส.เก็บเงินถึง 1,000 ล้านต่อปี ไว้ในรูปของเงินลงทุน ด้วยข้ออ้างว่าโครงการที่ของบประมาณไม่ได้เบิกเงินครั้งเดียว แต่เบิกเงินเป็นงวดๆ เมื่อเจาะลึกไปว่าเงินที่กรมสรรพสามิตส่งให้ สสส. เป็นงวดแบบไหน ปรากฏว่ามีการส่งเงินให้ สสส.ตลอดทุกสัปดาห์ แบบเก็บได้เท่าไหร่ก็ส่งให้ สสส.เลย ดังนั้นการจัดการการเงินจึงไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปกองไว้เป็นพันล้านบาท และรู้หรือไม่ว่า สสส.เอาเงินหลายร้อยล้านบาทไปลงทุนในหุ้น กองทุน ผ่านบริษัทจัดการกองทุน เหมือนกับที่ไทยพีบีเอสเคยทำและมีการตัดสินแล้วว่ามีความผิด
“นอกจากการมีข้อครหาว่าจ่ายเงินให้เครือข่ายพวกพ้องเป็นพิเศษแล้ว ยังทำตัวเป็นหน่วยลงทุน แทนที่จะใช้เงินให้เกิดผลต่อสุขภาพประชาชนจริงๆ เราจะยอมให้ สสส. ถลุงเงินสุขภาพจาก 25 ปี ใช้ไปแล้วร่วม 80,000 ล้านบาท ต่อไปอีกหรือ แค่เอาเงินเข้าระบบงบประมาณ ไม่น่าจะต้องดิ้นอะไรขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของกลุ่มตัวเองแล้วจะอ้างว่าทำเพื่อประชาชนหรือ” นายเอกภพ ระบุ

ต่อมา นายเอกภพ โพสต์ข้อความอีกว่า ปล่อยให้บิดเบือนกันไป จะได้เห็นหน้าว่ามีใครเป็นใครบ้างที่ออกมาดิ้น แล้วแนะนำให้เอาชื่อของคนเหล่านั้นไปตรวจสอบย้อนกลับ ก็จะเห็นความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่รับทุนจากองค์กรตระกูล ส. และองค์กรเครือข่าย มาเปิดดู พ.ร.บ.สสส.ที่ใช้งานมา 25 ปีกัน มาตรา 11 เขียนไว้ว่าให้ สสส.จัดเก็บเงินบำรุงกองทุนจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ในอัตรา 2 เปอร์เซ็นต์ของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ แสดงว่าฐานของภาษี คือภาษีสรรพสามิต ดังนั้น การยกเลิกมาตรานี้จึงไม่เท่ากับการยกเลิกภาษีสรรพสามิต เงินภาษียังถูกเก็บจากบริษัทเหล้า-บุหรี่เหมือนเดิม แต่ให้ส่งเข้าคลัง แล้วให้ สสส.เป็นหน่วยรับงบประมาณตามวิธีการงบประมาณ รวมถึงรัฐสามารถนำเงินภาษีบาปจัดสรรให้ผู้พิการหรือกีฬาได้มากขึ้น ไม่จำกัดที่กรอบเดิม และแม้กระทั่ง สสส. กับ ไทยพีบีเอส ก็มีโอกาสได้งบประมาณมากขึ้นได้

“หยุดปั่นข้อมูลผิดๆ แล้วตอบคำถามว่า สสส.ใช้เงินร่วม 80,000 ล้านบาทในเวลา 25 ปี ไปเข้ากระเป๋าใคร หรือ NGOs ที่เป็นเครือข่ายไหนบ้าง” นายเอกภพ ระบุ.



