เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการบริหารพื้นที่น้ำท่วมในระดับพื้นที่ที่มีกระแสข่าวเกิดความขัดแย้งกัน ว่า ตนไม่ทราบเพราะตนบริหารแบบซิงเกิลคอมมานด์ (รวมศูนย์บัญชาการที่จุดเดียว)
เมื่อถามอีกว่า แต่ในระดับพื้นที่มีข้อถกเถียงเรื่องไม่ให้ปล่อยน้ำผ่านพื้นที่ตัวเอง นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของระดับพื้นที่ ตนไม่ได้รับรายงานเรื่องความขัดแย้ง การบริหารจัดการระดับพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ของพื้นที่ ตามกฎหมายพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ ในบทบัญญัติกฎหมายใครจะขัดแย้งไม่ได้ ถ้ามีความขัดแย้งคนที่รับผิดชอบคือผู้บัญชาการสถานการณ์ และผู้ว่าราชการจังหวัดก็ขึ้นตรงกับปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเกิดความขัดแย้งไม่ได้ ในภาพรวมการบริหารขึ้นอยู่กับ รมว.มหาดไทย ก็คือตน
เมื่อถามถึง กรณีดราม่าไม่ให้นำสัตว์เลี้ยงมาอยู่ศูนย์พักพิง นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องดราม่าขอไม่ตอบ
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงวงเงินในการเยียวยาผู้ประสบภัย 4.7 พันล้านบาท หากไม่เพียงพอสามารถขอเพิ่มได้หรือไม่ ว่า ต้องเพียงพอ เพราะงบส่วนนี้คืองบที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นในส่วนงบกลาง ตอนแรกจะคืนให้กับคลังเพื่อนำไปชำระหนี้ต่างๆ เหมือนกับปีที่ผ่านมา งบประมาณส่วนนี้เหลือประมาณ 10,000 ล้านบาท ก็นำไปคืนคลังเพื่อชำระหนี้ของ ธ.ก.ส. อย่างปีนี้ตั้งใจว่าจะนำไปชำระหนี้จำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท แต่ดันมาเกิดเหตุน้ำท่วม ดังนั้นในส่วนของการชำระหนี้เดี๋ยวค่อยไปดูในส่วนของงบปี 2570 ว่าจะจัดสรรได้อย่างไรบ้าง
และหากงบของปี 2569 ที่สำรองเงินเยียวยาน้ำท่วมไม่พอ ต้องไปใช้งบของปี 2570 แต่จากการสำรวจเบื้องต้นยืนยันว่า น่าจะเพียงพอ ซึ่งวันนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งระดับภูมิภาค ที่ไปสำรวจ และขึ้นทะเบียนผู้ที่จะได้รับการเยียวยาโดยไม่ต้องรอให้น้ำแห้ง และไม่ต้องรอจนได้ทั้งจังหวัด หรือได้ทั้งภาค
ตนย้ำว่า “first come first serve” (มาก่อนได้ก่อน) เพราะงบประมาณได้อนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเงินส่วนนี้ได้โอนให้กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เรียบร้อยแล้วก็สามารถนำไปดำเนินการได้เลย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและขอให้ทำให้ได้โดยเร็ว



